วิษณุย้ำประชามติแก้รธน.ต้องมีขั้นตอนตามกฎหมาย
วิษณุย้ำประชามติแก้รธน.ต้องมีขั้นตอนตามกฎหมาย

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า การทำประชามติเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญจะต้องดำเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดไว้อย่างเคร่งครัด ไม่สามารถเร่งรัดหรือข้ามขั้นตอนได้ โดยย้ำว่ารัฐบาลพร้อมรับฟังทุกความคิดเห็นจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

ย้ำขั้นตอนประชามติต้องเป็นไปตามกฎหมาย

รองนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนและต้องใช้ความรอบคอบ โดยขั้นตอนการทำประชามติจะต้องเป็นไปตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2564 ซึ่งกำหนดให้มีการจัดทำประชามติในประเด็นที่เกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างชัดเจน ทั้งนี้ รัฐบาลจะไม่เร่งรัดกระบวนการเพื่อให้เกิดความรอบคอบและเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย

นายวิษณุยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ยังไม่มีการกำหนดกรอบเวลาที่แน่ชัดสำหรับการทำประชามติ เนื่องจากต้องรอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องก่อน โดยเฉพาะการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

รัฐบาลพร้อมรับฟังทุกฝ่าย

รองนายกรัฐมนตรีระบุว่า รัฐบาลเปิดกว้างรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้าน ประชาชน หรือองค์กรอิสระ เพื่อให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นไปอย่างโปร่งใสและสอดคล้องกับความต้องการของประชาชน โดยยืนยันว่ารัฐบาลไม่มีอคติหรือความต้องการใดๆ ที่จะชี้นำผลประชามติ

นายวิษณุยังกล่าวถึงข้อกังวลของบางฝ่ายที่เกรงว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญอาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของประเทศ โดยย้ำว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยของประเทศเป็นหลัก และจะไม่ดำเนินการใดๆ ที่อาจทำให้เกิดความขัดแย้งหรือความไม่สงบ

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

คาดการณ์กรอบเวลาประชามติ

แม้จะยังไม่มีกรอบเวลาที่แน่ชัด แต่ผู้สังเกตการณ์ทางการเมืองคาดว่าการทำประชามติอาจเกิดขึ้นในช่วงปลายปี 2568 หรือต้นปี 2569 เนื่องจากต้องผ่านกระบวนการพิจารณาของสภาและ กกต. ซึ่งอาจใช้เวลาหลายเดือน ทั้งนี้ รัฐบาลยืนยันว่าจะดำเนินการอย่างโปร่งใสและเป็นไปตามกฎหมายทุกประการ