กอบศักดิ์เตือนเงินเฟ้อมาแน่จากน้ำมันพุ่ง ซ้ำเติมเศรษฐกิจไทย ต้องเร่งพลังงานสะอาด
นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ออกมาเตือนถึงภาวะเงินเฟ้อที่กำลังคืบคลานเข้ามาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หลังราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงขึ้นจากวิกฤตความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลกระทบต่อต้นทุนการขนส่งและค่าครองชีพของประชาชนอย่างรุนแรง
น้ำมันพุ่งซ้ำเติมเศรษฐกิจไทย อาจชะลอลง 0.3%
นายกอบศักดิ์ชี้ว่า ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นในปัจจุบันอยู่ที่ 95 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรลนั้น ส่งผลให้ต้นทุนการขนส่งเพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และจะนำไปสู่การปรับขึ้นราคาสินค้าต่างๆ ในตลาด "เงินเฟ้อมาแน่คิดว่าเงินเฟ้อยังไงก็มา เพราะว่าพอราคาดีเซลขึ้น ต้นทุนขนส่งก็จะขึ้น พอต้นทุนขนส่งขึ้นราคาสินค้าต่างๆ ก็จะขึ้น" เขากล่าว พร้อมประเมินว่าเศรษฐกิจไทยอาจชะลอลงอย่างน้อย 0.3% จากปัจจัยนี้
หากวิกฤตในตะวันออกกลางรุนแรงขึ้นจนราคาน้ำมันพุ่งไปถึง 110-120 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล การบริหารจัดการกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อตรึงราคาจะทำได้ยาก เนื่องจากหนี้ภาครัฐที่ยังคงสูง และรัฐบาลต้องแบกรับภาระทั้งการกระตุ้นเศรษฐกิจและพยุงราคาน้ำมัน ทำให้ไทยอยู่ในฐานะลำบาก
เร่งหาแหล่งพลังงานสำรองและพลังงานสะอาด
เพื่อรับมือกับวิกฤตพลังงาน นายกอบศักดิ์เสนอให้รัฐบาลเร่งหาแหล่งพลังงานสำรองเพื่อลดการพึ่งพาก๊าซธรรมชาติที่มีสัดส่วนสูงถึง 50% ในระยะสั้นอาจต้องพิจารณานำถ่านหินกลับมาใช้ชั่วคราวเพื่อความอยู่รอด เช่นเดียวกับที่ยุโรปเคยทำในช่วงวิกฤตรัสเซีย-ยูเครน
ขณะเดียวกัน เขาย้ำถึงความสำคัญของการขับเคลื่อนพลังงานสะอาดอย่างเต็มรูปแบบ โดยเสนอให้รัฐบาลเปิดเสรีและให้สิทธิประโยชน์แก่โรงไฟฟ้าโซลาร์ชุมชน การติดตั้งโซลาร์เซลล์ตามบ้านเรือน รวมถึงการส่งเสริมอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบจากความผันผวนของราคาน้ำมันได้ในระยะยาว
โอกาสในวิกฤต: บาทอ่อนช่วยภาคเกษตรและการท่องเที่ยว
แม้วิกฤตน้ำมันจะสร้างความกดดัน แต่การอ่อนค่าของเงินบาทมาอยู่ที่ระดับ 32.3 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ กลับส่งผลดีต่อภาคการเกษตร การส่งออก และการท่องเที่ยวของไทย หากบริหารจัดการให้เหมาะสมจะช่วยผ่อนหนักเป็นเบาได้ นายกอบศักดิ์กล่าว พร้อมชี้ว่าตลาดหุ้นไทยที่ระดับ 1,440 จุดได้ปรับตัวรับข่าวไปพอสมควรแล้ว
นอกจากนี้ วิกฤตครั้งนี้ยังเปิดโอกาสให้ไทยกลายเป็นแหล่งความมั่นคงทางอาหารที่ทั่วโลกต้องการ รวมถึงการที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิกลายเป็นจุดยุทธศาสตร์ทางการบินทดแทนพื้นที่ขัดแย้ง และเริ่มมีสัญญาณกลุ่มเศรษฐีจากตะวันออกกลางมองหาบ้านหลังที่สองในพื้นที่ปลอดภัยอย่างภูเก็ต สมุย และกรุงเทพฯ
บทเรียนจากตะวันออกกลาง: วางแผนพลังงานในอนาคต
นายกอบศักดิ์ทิ้งท้ายว่า สถานการณ์ในตะวันออกกลางเป็นบทเรียนสำคัญให้ประเทศไทยต้องกลับมาทบทวนและวางแผนบริหารจัดการปัญหาในอนาคตให้รัดกุมยิ่งขึ้น "ผมคิดว่าในวิกฤตมีโอกาส อยากจะเน้นว่าวิกฤตที่เกิดที่ Middle East เป็นบทเรียนของประเทศไทย เราควรที่จะกลับไปดูอย่างใกล้ชิดว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วก็ดูว่าบทเรียนคืออะไร" เขากล่าว พร้อมย้ำว่าการเตรียมแผนรับมือผลพวงที่ตามมาอย่างรอบคอบจะช่วยเปลี่ยนวิกฤตให้กลายเป็นโอกาสในการเติบโตอย่างยั่งยืน



