เงินเฟ้อไทย เม.ย. 69 พุ่ง 2.89% สูงสุดรอบ 38 เดือน น้ำมัน-อาหารแพง
เงินเฟ้อไทย เม.ย. 69 พุ่ง 2.89% สูงสุดรอบ 38 เดือน

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยถึงดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปเดือนเมษายน 2569 ว่า ดัชนีอยู่ที่ 103.03 เมื่อเทียบกับ 100.14 ของเดือนเมษายน 2568 ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปสูงขึ้น 2.89% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 38 เดือน โดยมีสาเหตุหลักจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศที่เพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันตลาดโลก ซึ่งได้รับผลกระทบจากการสู้รบในตะวันออกกลางและการปิดช่องแคบฮอร์มุซ

ผลกระทบต่อค่าครองชีพ

ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นส่งผลต่อเนื่องให้ค่าโดยสารสาธารณะปรับตัวสูงขึ้น ทั้งค่าเครื่องบิน ค่ารถรับส่งนักเรียน ค่ารถตู้ ค่ารถไฟฟ้า และค่ารถเมล์ปรับอากาศ นอกจากนี้ ราคาอาหารปรุงสำเร็จยังปรับตัวสูงขึ้นตามต้นทุนการผลิตและการขนส่งที่เพิ่มขึ้น รวมถึงราคาผักสดที่สูงขึ้นจากสภาพอากาศที่ร้อนจัด

รายละเอียดการปรับราคาสินค้า

ในจำนวนสินค้าที่ใช้คำนวณเงินเฟ้อรวม 464 รายการ พบว่ามีสินค้าที่ปรับขึ้นราคา 251 รายการ โดยเฉพาะค่าโดยสารสาธารณะ กาแฟผงสำเร็จรูป ค่าเช่าบ้าน เป็นต้น ขณะที่ไม่เปลี่ยนแปลงราคา 42 รายการ เช่น ค่าน้ำประปา ค่าเบี้ยประกันทรัพย์สิน และลดราคา 171 รายการ เช่น ผลิตภัณฑ์ป้องกันและบำรุงผิว น้ำยาระงับกลิ่นกาย

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ดัชนีราคาผู้บริโภคเมื่อเทียบกับเดือนมีนาคม 2569 สูงขึ้น 2.75% และเฉลี่ย 4 เดือน (มกราคม-เมษายน) ปี 2569 สูงขึ้น 0.32% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 ส่วนอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (หักอาหารสดและพลังงาน) เดือนเมษายน 2569 สูงขึ้น 0.83% เมื่อเทียบกับเดือนเมษายน 2568 เร่งตัวขึ้นจากเดือนมีนาคม 2569 ที่สูงขึ้น 0.57%

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

อาหารพร้อมทานปรับราคาทั่วประเทศ

นายนันทพงษ์กล่าวว่า ราคาอาหารพร้อมทานซึ่งมีน้ำหนักถึง 14.86% ในตะกร้าเงินเฟ้อ สูงขึ้น 2.51% จึงมีส่วนผลักดันให้เงินเฟ้อสูงขึ้น โดยมีการปรับขึ้นราคาแล้วแทบทุกจังหวัดทั่วประเทศ และมีแนวโน้มปรับขึ้นต่อเนื่องและกระจายตัวเป็นวงกว้างมากขึ้น เนื่องจากผู้ประกอบการรับภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้นไม่ไหว เพราะสถานการณ์ตะวันออกกลางยังไม่ยุติ และเมื่อราคาปรับขึ้นแล้วก็จะลงยาก

เมื่อแบ่งตามราคาอาหารพร้อมทาน พบว่า จานละ 30-40 บาท ปรับขึ้นแล้วใน 72 จังหวัด ราคา 41-50 บาท ปรับขึ้น 68 จังหวัด และราคา 51-60 บาท ปรับขึ้น 8 จังหวัด หรือเฉลี่ยปรับขึ้นจานละ 5-10 บาท ส่วนราคาอาหารฟาสต์ฟู้ดและอาหารที่สั่งผ่านแอปพลิเคชัน (ฟู้ดเดลิเวอรี่) ยังไม่พบการปรับขึ้นราคา และผู้ประกอบการยังทำโปรโมชันส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่อง

แนวโน้มเดือนพฤษภาคม

สำหรับแนวโน้มเดือนพฤษภาคม 2569 คาดว่าเงินเฟ้อทั่วไปจะบวก 3.06% เนื่องจากราคาน้ำมันขายปลีกยังอยู่ในระดับสูงตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ราคาอาหารสำเร็จรูปสูงขึ้นตามต้นทุนที่สูงขึ้น ทั้งเนื้อสัตว์ ผักสด และต้นทุนขนส่ง ค่าใช้จ่ายในการเดินทางสูงขึ้น และผู้ประกอบการเริ่มส่งสัญญาปรับราคาสินค้าอุปโภคบริโภค แต่ยังมีปัจจัยที่ทำให้เงินเฟ้ออาจลดลง คือ ภาครัฐมีมาตรการช่วยลดภาระค่าครองชีพต่อเนื่อง เช่น โครงการไทยช่วยไทย การลดค่ากระแสไฟฟ้า และราคาผลไม้สดที่สำคัญในประเทศยังฟื้นตัวอย่างช้าๆ

การคาดการณ์เงินเฟ้อปี 2569

สนค.ยังคงคาดการณ์เงินเฟ้อทั่วไปปี 2569 ไว้ 2 กรณี คือ กรณีแรก เพิ่มขึ้น 1.50-2.50% ค่ากลาง 2.0% หากสถานการณ์ยังเหมือนปัจจุบัน คือ การสู้รบยังไม่จบแต่ไม่รุนแรง ราคาน้ำมันปรับขึ้นมากในช่วง 2 เดือนแรกของการสู้รบในตะวันออกกลาง จากนั้นลดลง ราคาอาหารพร้อมทานขยับขึ้นไม่มากนัก ส่วนกรณีที่สอง เพิ่มขึ้น 2.50-3.50% ค่ากลาง 3.0% หากสถานการณ์สู้รบรุนแรงมากขึ้น และราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นในช่วง 3 เดือนแรก จากนั้นลดลง และราคาอาหารพร้อมทานขยับขึ้นเป็นวงกว้างมากขึ้น

นายนันทพงษ์กล่าวถึงความเสี่ยงที่เศรษฐกิจไทยจะเกิดภาวะเศรษฐกิจชะลอแต่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปสูงขึ้น (Stagflation) ว่า เงื่อนไขจะเกิด Stagflation ต้องมาจากการบริโภคในประเทศ การลงทุน การส่งออกสุทธิ และการจ้างงานลดลง แต่ขณะนี้การบริโภค การส่งออก การลงทุนยังดีอยู่ ส่วนการจ้างงานยังอยู่ในระดับต่ำเพียง 0.96% ขณะนี้เศรษฐกิจไทยจึงไม่เข้าสู่ภาวะ Stagflation แต่ก็มีความเสี่ยง อย่างไรก็ตาม ภาครัฐได้เตรียมมาตรการต่างๆ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจไว้แล้ว