เงินเฟ้อไทยเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ติดลบ 0.88% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 11
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของไทยในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 อยู่ที่ 99.67 ลดลง 0.88% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อนหน้า นับเป็นการลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 11 นับตั้งแต่เดือนเมษายน 2568 สาเหตุหลักมาจากการลดลงของราคาสินค้าในกลุ่มพลังงาน โดยเฉพาะน้ำมันเชื้อเพลิงและค่าไฟฟ้า รวมถึงราคาเนื้อสุกร ไข่ไก่ และผลไม้สดที่ลดลงจากภาวะอุปทานล้นตลาด
ปัจจัยที่ส่งผลต่อเงินเฟ้อและแนวโน้มในอนาคต
แม้เงินเฟ้อจะติดลบติดต่อกัน 11 เดือน แต่ นายนันทพงษ์ ย้ำว่า ยังไม่มีสัญญาณของเงินฝืด เนื่องจากแรงฉุดหลักมาจากเรื่องพลังงานและมาตรการลดค่าครองชีพของภาครัฐ นอกจากนี้ เงินเฟ้อพื้นฐานยังคงเป็นบวก แสดงว่ามีความต้องการในระบบเศรษฐกิจอยู่ ขณะที่การจ้างงานและการขยายตัวทางเศรษฐกิจก็ยังเพิ่มขึ้น
สำหรับรายละเอียดการลดลงของเงินเฟ้อเดือนกุมภาพันธ์ 2569 หมวดอื่น ๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่มลดลง 1.59% จากการลดลงของราคาสินค้าสำคัญ เช่น สินค้ากลุ่มพลังงาน ของใช้ส่วนบุคคล สิ่งที่เกี่ยวกับการทำความสะอาด ค่าน้ำประปา และเสื้อผ้า ในทางกลับกัน มีสินค้าบางรายการปรับราคาสูงขึ้น ได้แก่ รถยนต์ ค่าเช่าบ้าน ค่าทัศนาจรต่างประเทศ ค่าโดยสารรถไฟฟ้า ค่าบริการขนขยะ และรถจักรยานยนต์
ส่วนหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์สูงขึ้น 0.26% จากการเพิ่มขึ้นของราคาสินค้าสำคัญ เช่น อาหารสำเร็จรูป เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ ปลาและสัตว์น้ำ ข้าวสารเจ้า ผักสด และผลิตภัณฑ์น้ำตาล อย่างไรก็ตาม มีสินค้าหลายรายการราคาลดลง เช่น ผลไม้สด เนื้อสุกร น้ำมันพืช ข้าวสารเหนียว ไข่ไก่ กระเทียม และหัวหอมแดง
จับตาผลกระทบจากสถานการณ์ตะวันออกกลางต่อราคาน้ำมัน
สำหรับแนวโน้มเงินเฟ้อในเดือนมีนาคม 2569 สนค. ต้องติดตามผลกระทบจากสถานการณ์ราคาน้ำมันที่อาจได้รับอิทธิพลจากเหตุการณ์ในตะวันออกกลาง โดยได้ประเมินผลกระทบไว้ 3 แนวทาง ดังนี้
- หากราคาน้ำมันตลาดโลกอยู่ที่ 80 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล จะมีผลกระทบต่อเงินเฟ้อ 1-2% และกระทบราคาอาหารสำเร็จรูปเพิ่มขึ้น 10% ใน 10% ของพื้นที่ทั่วประเทศ
- หากราคาน้ำมันอยู่ที่ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล จะกระทบเงินเฟ้อ 2-3% และกระทบราคาอาหารสำเร็จรูป 10% โดยพื้นที่ได้รับผลกระทบจะเพิ่มขึ้นเป็น 20% ของทั้งประเทศ
- หากราคาน้ำมันอยู่ที่ 120 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล จะกระทบเงินเฟ้อมากกว่า 3% และกระทบราคาสินค้าอาหารสำเร็จรูป 10% โดยพื้นที่ได้รับผลกระทบจะเพิ่มขึ้น 50% ของทั้งประเทศ
ทั้งนี้ การเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันยังอาจส่งผลกระทบต่อเนื่องถึงค่าบริการขนส่ง ค่าไฟฟ้า และราคาสินค้าเกษตรจากต้นทุนค่าขนส่ง แต่ยังไม่สามารถระบุได้ชัดเจนว่าขึ้นเท่าไร ต้องรอดูสถานการณ์จริง หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางจบเร็ว ผลกระทบจะน้อย แต่หากยืดเยื้อ ผลกระทบจะมากขึ้น
นายนันทพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า หากเงินเฟ้อเดือนมีนาคม 2569 พลิกกลับมาเป็นบวก จะเป็นผลจากปัจจัยเรื่องพลังงาน ไม่ใช่จากความต้องการ โดย สนค. จะขอดูตัวเลขเดือนมีนาคมก่อน จึงจะพิจารณาปรับเป้าหมายเงินเฟ้อปี 2569 ใหม่หรือไม่ นอกจากนี้ ภาครัฐยังมีมาตรการบริหารจัดการ เช่น การตรึงราคาดีเซล 15 วัน และการลดค่า Ft สำหรับค่าไฟฟ้าในงวดเดือนมกราคม-เมษายน 2569 ซึ่งอยู่ที่หน่วยละ 3.88 บาท รวมถึงค่าเงินบาทที่แข็งค่าทำให้ต้นทุนนำเข้าลดลง และราคาเนื้อสุกรกับไข่ไก่อยู่ในระดับต่ำกว่าปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นปัจจัยช่วยฉุดเงินเฟ้อไม่ให้เพิ่มขึ้น



