ธุรกิจไทยกำลังจับตาความเสี่ยงจากเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นในปี 2568 ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และค้าปลีกที่ต้องเผชิญกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นและกำลังซื้อที่ลดลง ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ปรับกลยุทธ์เพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ
สถานการณ์เงินเฟ้อและดอกเบี้ยในปี 2568
คาดว่าเงินเฟ้อในปี 2568 จะยังคงอยู่ในระดับสูงจากปัจจัยด้านต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบ ขณะที่ธนาคารกลางหลายแห่งอาจปรับขึ้นดอกเบี้ยเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ ส่งผลให้ต้นทุนการกู้ยืมสูงขึ้นและกดดันการบริโภคและการลงทุน
ผลกระทบต่อธุรกิจไทย
- อสังหาริมทรัพย์: ต้นทุนการก่อสร้างสูงขึ้นและกำลังซื้อลดลง ทำให้ยอดขายชะลอตัว
- ค้าปลีก: ต้นทุนสินค้าและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้น ขณะที่ผู้บริโภคชะลอการใช้จ่าย
- การผลิต: ต้นทุนวัตถุดิบและโลจิสติกส์สูงขึ้น ส่งผลต่อกำไร
กลยุทธ์รับมือความเสี่ยง
- ปรับราคาสินค้าและบริการ: เพิ่มราคาอย่างเหมาะสมเพื่อรักษาอัตรากำไร
- ลดต้นทุน: เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น
- กระจายความเสี่ยง: หาตลาดใหม่หรือลงทุนในธุรกิจที่ทนต่อเงินเฟ้อ
- บริหารสภาพคล่อง: รักษาเงินสดสำรองและปรับโครงสร้างหนี้
ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า ธุรกิจที่สามารถปรับตัวได้รวดเร็วจะสามารถผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้ ขณะที่รัฐบาลควรมีมาตรการช่วยเหลือ เช่น การควบคุมราคาพลังงานและการอุดหนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ



