วิกฤตมะพร้าวน้ำหอมราคาตกต่ำ เกษตรกรกว่า 5 หมื่นครัวเรือนเดือดร้อน
พื้นที่ปลูกมะพร้าวน้ำหอมในประเทศไทยครอบคลุมกว่า 305,499 ไร่ โดยมีเกษตรกรมากถึง 56,541 ครัวเรือน ใน 4 จังหวัดสำคัญ ได้แก่ ราชบุรี สมุทรสาคร นครปฐม และสมุทรสงคราม จังหวัดราชบุรีเป็นพื้นที่ให้ผลผลิตสูงสุดกว่า 80,000 ไร่ ตามด้วยสมุทรสาคร 30,000 ไร่ นครปฐม 14,000 ไร่ และสมุทรสงคราม 11,073 ไร่
ผลผลิตเพิ่มแต่ราคาตก ภาวะล้นตลาดฉุดราคาดิ่ง
ปริมาณผลผลิตมะพร้าวน้ำหอมใน 4 จังหวัดมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2566 มีผลผลิตรวม 507,099 ตัน ปี 2567 471,698 ตัน และปี 2568 731,094 ตัน อย่างไรก็ตาม ปริมาณผลผลิตที่ออกสู่ตลาดจำนวนมากจนเกิดภาวะล้นตลาด ส่งผลให้ราคามะพร้าวตกต่ำเหลือเพียง ลูกละ 2-3 บาท ซึ่งต่ำกว่าต้นทุนการผลิต
สถานการณ์รุนแรงโดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี ที่ราคาหน้าสวนลดต่ำสุดเหลือลูกละเพียง 2 บาท ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2568 จนถึงกุมภาพันธ์ 2569 ส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้และความเป็นอยู่ของเกษตรกรรายย่อยจำนวนมาก
สาเหตุหลักจากตลาดจีนหันเห นำเข้าจากเวียดนามเพิ่ม
ข้อมูลจากกรมส่งเสริมการเกษตรวิเคราะห์ว่า ปัญหาราคามะพร้าวตกต่ำเกิดจากพื้นที่ปลูกที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง สวนทางกับมูลค่าการส่งออกมะพร้าวผลสดที่ลดลงทุกปี สาเหตุหลักมาจากพฤติกรรมการบริโภคในตลาดจีนที่นิยมลดลง และหันไปนำเข้าจากเวียดนามมากขึ้นเนื่องจากต้นทุนถูกกว่า ตลาดจีนเป็นตลาดส่งออกหลักของไทยถึง 81% ของมูลค่าการส่งออก
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า ผู้บริโภคจีนหันไปนิยมดื่มน้ำมะพร้าวบรรจุขวดมากขึ้น เพราะสะดวกและควบคุมคุณภาพได้ดีกว่า ในขณะที่มะพร้าวสดควบคุมมาตรฐานได้ยากและต้องแช่เย็นตลอดห่วงโซ่ขนส่ง นอกจากนี้ เศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัวส่งผลให้ผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น โดยเฉพาะสินค้าที่มีทางเลือกหลากหลาย
รมว.พาณิชย์สั่งการเร่งด่วน พยุงราคาทั้งระบบ
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ประกอบการอย่างเร่งด่วน มาตรการช่วยเหลือครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อพยุงราคามะพร้าวน้ำหอมให้ดีขึ้น ตั้งแต่ช่วงกรกฎาคม 2568 เป็นต้นมา
มาตรการเร่งด่วนประกอบด้วย:
- เปิดจุดรับซื้อราคานำตลาด
- จัดกิจกรรม Pre-Order และ CSR ร่วมกับภาคเอกชนและหน่วยงานราชการ
- เชื่อมโยงมะพร้าวจากเกษตรกรเข้าปั้มน้ำมันในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล เพื่อแจกมะพร้าวแทนน้ำดื่ม
- เร่งนำผู้ประกอบการห้าง Modern Trade ตลาดกลางและตลาดสด เข้ารับซื้อมะพร้าวเพื่อจำหน่ายทั่วประเทศ
มาตรการระยะยาว ผลักดันตลาดใหม่และควบคุมการนำเข้า
สำหรับตลาดส่งออก กระทรวงพาณิชย์จะผลักดันการส่งออกมะพร้าวน้ำหอมไทยไปยังตลาดอื่นๆ นอกเหนือจากจีน เช่น ตะวันออกกลาง ยุโรป และสหรัฐฯ ในส่วนการนำเข้า จะมีการกำกับดูแลควบคุมการนำเข้ามะพร้าวเพื่อไม่ให้กระทบเกษตรกรในประเทศ โดยกำหนดมาตรการบริหารการนำเข้าตามมติคณะกรรมการพืชน้ำมันและน้ำมันพืช
มาตรการควบคุมการนำเข้าได้แก่:
- กำหนดด่านนำเข้าเพียง 2 ด่าน คือ ด่านศุลกากรท่าเรือกรุงเทพฯ และท่าเรือแหลมฉบัง
- ผู้ประกอบการต้องชี้แจงเหตุผลความจำเป็นในการนำเข้า และรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรในราคาที่เหมาะสมก่อนการอนุญาต
ตรวจสอบล้งมะพร้าวต่างด้าว ป้องกันการลักลอบและนอมินี
กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่จังหวัดราชบุรี 2 ครั้ง ตรวจสอบล้งมะพร้าว 3 แห่ง และบริษัทที่อาจมีลักษณะเข้าข่ายนอมินี 4 แห่ง รวมทั้งตรวจสอบบริษัทกลุ่มเสี่ยงที่มีชาวต่างชาติร่วมถือหุ้นไม่ถึง 50% จำนวน 217 บริษัท พบบริษัทที่มีคนต่างด้าวร่วมถือหุ้น 3 ราย ถือครองที่ดิน 3 แปลง ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบเชิงลึกและดำเนินการต่อไป
GI มะพร้าวน้ำหอมราชบุรี เพิ่มมูลค่าในตลาดสากล
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า มะพร้าวน้ำหอมราชบุรีได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ในสหภาพยุโรปแล้ว เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา นับเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยสร้างชื่อเสียงและยกระดับมาตรฐานคุณภาพผลไม้ไทยในเวทีสากล
การได้รับความคุ้มครอง GI จะส่งผลดีต่อภาคการส่งออกไทยในด้าน:
- ป้องกันการแอบอ้างชื่อสินค้า
- ยกระดับความเชื่อมั่นของผู้นำเข้า
- ขยายโอกาสทางการค้าไปยัง 27 ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป
- สร้างมูลค่าเพิ่มและเสริมภาพลักษณ์สินค้าเกษตรคุณภาพสูงของไทย
ปัจจุบันมีมะพร้าวน้ำหอมขึ้นทะเบียนเป็นสินค้า GI แล้ว 4 สินค้า ได้แก่ มะพร้าวน้ำหอมราชบุรี มะพร้าวน้ำหอมบ้าวแพ้ว มะพร้าวน้ำหอมบางคล้า และมะพร้าวน้ำหอมสามพราน
กระทรวงพาณิชย์จะติดตามสถานการณ์และเฝ้าระวังด้านราคามะพร้าวน้ำหอม รวมถึงสินค้าเกษตรอื่นๆ อย่างใกล้ชิดต่อไป เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อเกษตรกรและคุ้มครองระบบเศรษฐกิจในพื้นที่อย่างยั่งยืน



