วิกฤตราคามะพร้าวน้ำหอมตกต่ำ เกษตรกรเร่งปรับตัวรับมือ
เกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวน้ำหอมกำลังเผชิญกับภาวะราคาตกต่ำอย่างหนักในบางพื้นที่ โดยขายได้เพียงลูกละ 2-3 บาทเท่านั้น หน่วยงานรัฐได้พยายามแก้ไขปัญหาโดยเข้าไปรับซื้อในราคานำตลาดที่ลูกละ 5 บาท แต่มาตรการนี้ถูกมองจากเกษตรกรว่ามีปริมาณรับซื้อจำกัดและไม่ครอบคลุมทั่วถึง พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลใหม่เข้ามาดูแลเพื่อสร้างเสถียรภาพด้านราคา
เกษตรกรปรับตัวด้วยการแปรรูปเพิ่มมูลค่า
พลอยไพลิน สินธำรงรักษ์ เจ้าของสวนมะพร้าวน้ำหอมในอำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม เปิดเผยว่า ราคามะพร้าวที่ตกต่ำเหลือเพียงลูกละ 2-3 บาท ทำให้ต้องหาแนวทางเพิ่มราคาด้วยการนำไปแปรรูป เช่น การขายเนื้อมะพร้าว น้ำมะพร้าว หรือจำหน่ายผลสดตามตลาดและงานต่างๆ ซึ่งช่วยเพิ่มรายได้ขึ้นประมาณร้อยละ 30 อย่างไรก็ตาม การปรับตัวนี้ทำได้ไม่มากนัก เนื่องจากเกษตรกรขาดตลาดรองรับที่เพียงพอ
ที่น่าเป็นห่วงคือเกษตรกรรายย่อยที่มีพื้นที่ปลูกไม่มากนัก เลือกที่จะไม่เก็บเกี่ยวผลผลิต เพราะไม่คุ้มค่ากับค่าแรงงานที่ต้องจ่าย นอกจากนี้ ราคามะพร้าวน้ำหอมที่ปรับลดลงต่อเนื่องและยาวนานยังส่งผลกระทบต่อรายได้ ทำให้เกษตรกรต้องลดการใช้ปุ๋ย ซึ่งกระทบต่อคุณภาพของมะพร้าว เช่น ขนาดผลที่เล็กลงเพราะไม่ได้ใส่ปุ๋ยอย่างเพียงพอ
ข้อสังเกตถึงการกดราคาและปัญหาตลาดส่งออก
นายจรัญ เจริญทรัพย์ นายกสมาคมมะพร้าวน้ำหอมไทย ระบุว่า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มะพร้าวน้ำหอมมีความต้องการจากตลาดจีนเพิ่มขึ้นและขายได้ราคาดี เฉลี่ยลูกละ 10-11 บาท แต่ปัจจุบันประสบปัญหาด้านราคาอย่างรุนแรง แม้ว่าจะมีล้งหรือโรงคัดบรรจุเกิดขึ้นมากมาย จึงตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีการกดราคารับซื้อหรือไม่
ปัญหาดังกล่าวได้ถูกหยิบยกขึ้นหารือในที่ประชุมคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ ครั้งที่ 1/2569 ซึ่งเห็นชอบให้มะพร้าวน้ำหอมเป็นหนึ่งในผลไม้ที่ต้องติดตาม และมอบหมายให้สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) สำรวจพื้นที่ปลูกเพื่อวางแผนการผลิตและการตลาดให้สอดคล้องกัน ส่วนมาตรการช่วยเหลือโดยให้หน่วยงานรัฐเข้าไปรับซื้อในราคานำตลาดลูกละ 5 บาท ผ่านวิสาหกิจชุมชนหรือสหกรณ์ต่างๆ นั้น ถูกมองว่าเป็นการช่วยเหลือระยะสั้นและไม่ทั่วถึง เนื่องจากปริมาณรับซื้อมีจำกัด เช่น รับซื้อไม่เกิน 1-2 ล้านลูก ในขณะที่ผลผลิตมะพร้าวออกสู่ตลาดวันละหลายแสนลูกและยังมีผลผลิตส่วนเกินสะสม
สาเหตุหลักจากพื้นที่ปลูกเพิ่มและตลาดส่งออกหดตัว
ข้อมูลจากกรมส่งเสริมการเกษตรวิเคราะห์ว่า ปัญหาราคามะพร้าวตกต่ำมาจากพื้นที่ปลูกที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะใน 4 จังหวัดสำคัญ ได้แก่ ราชบุรี สมุทรสาคร นครปฐม และสมุทรสงคราม ซึ่งสวนทางกับมูลค่าการส่งออกมะพร้าวผลสดที่ลดลงทุกปี สาเหตุหลักมาจากพฤติกรรมการบริโภคในตลาดจีนที่นิยมลดลง และหันไปนำเข้าจากเวียดนามเพิ่มขึ้นเนื่องจากต้นทุนที่ถูกกว่า
ปัจจุบัน เกษตรกรเพาะปลูกมะพร้าวน้ำหอมกว่า 56,541 ครัวเรือน ในพื้นที่มากกว่า 305,499 ไร่ กำลังเผชิญกับความท้าทายจากราคาผลผลิตที่ลดลง สำหรับมะพร้าวส่งออกต่างประเทศใน 4 พื้นที่สำคัญนั้น จังหวัดราชบุรีมีพื้นที่ให้ผลผลิตมากที่สุด กว่า 80,000 ไร่ รองลงมาคือจังหวัดสมุทรสาคร กว่า 30,000 ไร่ และจังหวัดนครปฐม กว่า 14,000 ไร่
ปริมาณผลผลิตในพื้นที่ 4 จังหวัดนี้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามปริมาณพื้นที่ที่ให้ผลผลิต โดยในปี 2566 มีผลผลิตรวม 507,099 ตัน และในปี 2568 อยู่ที่ 731,094 ตัน สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการจัดการด้านการผลิตและการตลาดเพื่อแก้ไขวิกฤตนี้อย่างยั่งยืน



