พาณิชย์เร่งแก้วิกฤตราคาหอมใหญ่ตกต่ำ สกัดนำเข้า-ซื้อราคานำตลาด 1,000 ตัน
พาณิชย์เร่งแก้ราคาหอมใหญ่ตกต่ำ สกัดนำเข้า-ซื้อ 1,000 ตัน (19.02.2026)

พาณิชย์เร่งแก้วิกฤตราคาหอมใหญ่ตกต่ำ สกัดนำเข้า-ซื้อราคานำตลาด 1,000 ตัน

กรมการค้าภายในกระทรวงพาณิชย์ได้เร่งดำเนินมาตรการแก้ไขปัญหาหอมหัวใหญ่ราคาตกต่ำอย่างเร่งด่วน หลังราคาตกฮวบเหลือเพียงกิโลกรัมละ 5-6 บาท จากเดิมในช่วงต้นฤดูกาลที่เฉลี่ย 13 บาทต่อกิโลกรัม สาเหตุหลักมาจากผลผลิตภายในประเทศทยอยออกสู่ตลาดจำนวนมหาศาลในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคมนี้ รวมถึงการนำเข้าจากต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นอย่างมากตั้งแต่เดือนธันวาคม 2568 โดยมีการสำแดงราคานำเข้าที่ต่ำกว่าความเป็นจริง ส่งผลให้แข่งขันราคากับผลผลิตในประเทศได้ง่ายและฉุดราคาร่วงลงอย่างหนัก

มาตรการเร่งด่วนสกัดนำเข้าและซื้อราคานำตลาด

นายจิรวุฒิ สุวรรณอาจ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่และศูนย์ชั่งตวงวัดภาคเหนือ (เชียงใหม่) เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อติดตามสถานการณ์การผลิตและการตลาดหอมหัวใหญ่ พร้อมรับฟังปัญหาจากเกษตรกรและผู้ประกอบการว่า กรมได้เพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลการนำเข้าและการขนย้ายหอมหัวใหญ่ โดยประสานงานกับกรมศุลกากรและหน่วยงานความมั่นคงเพื่อสกัดการลักลอบนำเข้าและการสวมสิทธิ์ โดยผู้นำเข้าต้องขออนุญาตและแจ้งรายละเอียดให้ครบถ้วน เพื่อให้สามารถตรวจสอบเส้นทางสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ กรมยังได้ร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่และผู้ประกอบการในพื้นที่ เร่งดำเนินโครงการรับซื้อและกระจายผลผลิตออกนอกแหล่งผลิตในราคานำตลาด โดยตั้งเป้าหมายไว้ที่ 1,000 ตัน ซึ่งจะเริ่มดำเนินการในช่วงวันที่ 21 ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2569 พร้อมเตรียมมาตรการอื่นๆ ที่เหมาะสมเพิ่มเติมในช่วงต้นเดือนมีนาคม ซึ่งคาดว่าผลผลิตจะออกสู่ตลาดมากที่สุด

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

5 แนวทางรักษาเสถียรภาพราคาหอมหัวใหญ่

กรมการค้าภายในยังได้เดินหน้ามาตรการบริหารจัดการหอมหัวใหญ่อีก 5 แนวทางควบคู่กัน เพื่อดูแลเสถียรภาพราคาอย่างยั่งยืน ดังนี้

  1. ทำตลาดล่วงหน้า ผ่านการลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) กับผู้ประกอบการเพื่อรับซื้อหอมหัวใหญ่ 6,700 ตัน คิดเป็นมูลค่า 80 ล้านบาท เพื่อสร้างความมั่นใจให้เกษตรกรว่าจะมีตลาดรองรับผลผลิต
  2. สั่งการให้พาณิชย์จังหวัดที่ไม่ได้เป็นแหล่งผลิต รับออเดอร์และช่วยกระจายสินค้าสู่พื้นที่ต่างๆ โดยเน้นการบรรจุถุงขนาด 1, 2 และ 5 กิโลกรัม เพื่อเพิ่มความสะดวกในการจำหน่าย
  3. ขอความร่วมมือส่วนราชการและ 20 อำเภอที่ไม่ได้เป็นแหล่งผลิต ร่วมรณรงค์อุดหนุนผลผลิตจากพื้นที่เพาะปลูกในจังหวัด
  4. จัดพื้นที่จำหน่ายโดยตรงให้กลุ่มเกษตรกร เช่น นำศาลากลางจังหวัด สถานที่ราชการต่างๆ และงานธงฟ้า ซึ่งในวันที่ 19 ถึง 21 กุมภาพันธ์นี้ กรมได้นำหอมหัวใหญ่จากเชียงใหม่ไปจำหน่ายในงานมหกรรมธงฟ้าเยียวยาลดค่าครองชีพ จังหวัดสระแก้ว บริเวณตลาดรถไฟ อำเภออรัญประเทศ
  5. ประสานงานผ่านทูตพาณิชย์ ณ กรุงโตเกียว เพื่อผลักดันการส่งออกไปยังญี่ปุ่น

สถานการณ์ราคาและผลผลิตหอมหัวใหญ่

สำหรับราคาหอมหัวใหญ่ล่าสุด แบบคละ (เบอร์ 0–3) เฉลี่ยอยู่ที่ 5–6 บาทต่อกิโลกรัม ลดลงจากช่วงต้นฤดูกาลเดือนกุมภาพันธ์ที่เฉลี่ย 13 บาทต่อกิโลกรัม ส่วนราคาซื้อขายในตลาดกรุงเทพฯ หอมหัวใหญ่ (เบอร์ 0–1) ราคาขายส่งเฉลี่ย 22.50 บาทต่อกิโลกรัม และราคาขายปลีกเฉลี่ย 37.50 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งเท่ากับช่วงเดียวกันของปีก่อนทั้งราคาขายส่งและขายปลีก

จังหวัดเชียงใหม่เป็นแหล่งปลูกหอมหัวใหญ่รายใหญ่ของประเทศ คิดเป็นเกือบ 70% ของผลผลิตทั้งหมด โดยมีผลผลิตภาพรวม 25,000 ตัน ขณะนี้ผลผลิตแล้วเสร็จประมาณ 30% และคาดว่าจะสิ้นสุดฤดูกาลในเดือนมีนาคมนี้ มาตรการต่างๆ ที่กรมการค้าภายในดำเนินการมุ่งหวังที่จะบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรและรักษาเสถียรภาพราคาในระยะยาว