ตราด เมืองน่าเที่ยวริมฝั่งทะเลตะวันออก เต็มไปด้วยเสน่ห์ที่ผสมผสานทั้งภูเขา น้ำตก ทะเล และวิถีชุมชน ครบทุกมิติสำหรับนักท่องเที่ยวทุกไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะสายธรรมชาติ สายลุย หรือสายชิลล์ ตราดคือสวรรค์ของคนรักธรรมชาติ ที่มีทั้งเกาะสวยงามน้ำใส ป่าเขียวชอุ่ม น้ำตกเย็นฉ่ำ และวิถีชีวิตชุมชนเรียบง่าย ที่จะทำให้คุณตกหลุมรักแบบไม่รู้ตัว
เริ่มต้นเที่ยวในตัวเมืองตราด
เริ่มต้นการเดินทางที่ ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองตราด ศูนย์รวมจิตใจของชาวตราด ตั้งอยู่บนถนนหลักเมือง โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมแบบเก๋งจีน ภายในประดิษฐานเสาหลักเมืองและเสาศิวลึงค์ ตามความเชื่อช่วยคุ้มครองและปัดเป่าเคราะห์ภัย นอกจากนี้ยังมี เสี่ยอึ่งกง เทพเจ้าตามคติจีนที่ผู้คนนิยมมาขอพรด้านโชคลาภและความสำเร็จ รวมถึง ศาลปึงเถ่ากง-ม่า ที่สายมูนิยมขอพรเรื่องการค้าขายและความมั่นคงในชีวิต
ชุมชนบ้านท่าระแนะ
จากตัวเมืองมุ่งหน้าราว 11 กิโลเมตร สู่ ชุมชนบ้านท่าระแนะ แหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์โดดเด่นด้านป่าชายเลน นักท่องเที่ยวสามารถล่องเรือชมธรรมชาติผ่านป่าชายเลน 3 ประเภท ได้แก่ ป่าโกงกาง ป่าจาก และป่าตะบูน ไฮไลต์คือ ลานตะบูน ที่เผยให้เห็นรากไม้คดเคี้ยวสวยงามในช่วงน้ำลด นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเรียนรู้วิถีชุมชน เช่น การย้อมผ้าจากลูกตะบูน ชิม ชาร้อยรู และลิ้มลอง พิมพ์ข้าวตอก ขนมพื้นบ้านหาทานยาก
อ่างเก็บน้ำเขาระกำ
ก่อนไปชมความงามของ อ่างเก็บน้ำเขาระกำ นับเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยว Unseen ของตราด มาพร้อมกับความพิเศษของ พระพุทธสิริภูวดลมงคลชัย หรือ พระจมน้ำ พระพุทธรูปสีขาวองค์ใหญ่ สูง 5 เมตร ซึ่งชาวบ้านร่วมกันสร้างขึ้นจากแรงศรัทธาเมื่อประมาณ 20 ปีก่อน แต่ภายหลังมีการขยายอ่างเก็บน้ำ จึงทำให้พระพุทธรูปจมอยู่ใต้น้ำถึงระดับหน้าอก ที่นี่จึงกลายเป็นจุดท่องเที่ยวแปลกใหม่และน่าสนใจของตราดที่ต้องแวะมา
หาดทรายดำ
อีกหนึ่งจุด Unseen คือ หาดทรายดำ ชายหาดสีดำที่เกิดจากแร่ไลมอไนต์ทอดยาวกว่า 1 กิโลเมตร โอบล้อมด้วยป่าชายเลน นักท่องเที่ยวสามารถเดินศึกษาธรรมชาติระยะทาง 1.7 กิโลเมตร พร้อมแวะเรียนรู้ระบบนิเวศผ่านจุดให้ข้อมูล 8 จุด รวมถึงกิจกรรมสปาทรายดำที่เชื่อว่าช่วยผ่อนคลายร่างกาย
อ่าวตาลคู่
อ่าวตาลคู่ คือหนึ่งในจุดหมายที่ไม่ควรพลาดของจังหวัดตราด ชายหาดที่นี่โดดเด่นด้วยทรายสีแดงละเอียด ตัดกับน้ำทะเลใสสะอาด เหมาะสำหรับลงเล่นน้ำหรือแค่นั่งฟังเสียงคลื่น บรรยากาศโดยรอบยังคงความเป็นธรรมชาติ ไม่พลุกพล่าน จึงกลายเป็นมุมพักผ่อนสุดโปรดของทั้งคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารริมทะเลให้เลือกนั่งลิ้มลองซีฟูดสด ๆ ไปพร้อมกับชมวิวทะเลแบบเพลิน ๆ สำหรับใครที่กำลังมองหาที่เที่ยวสโลว์ไลฟ์ วิวสวย คนไม่เยอะ อ่าวตาลคู่คือคำตอบที่ลงตัว
หาดบานชื่น
หากขับรถเลียบเส้นทางหลวงหมายเลข 318 มุ่งหน้าไปอำเภอคลองใหญ่ จะมีชายหาดเงียบ ๆ ซ่อนตัวอยู่ระหว่างกิโลเมตรที่ 59-60 นั่นคือ หาดบานชื่น หรือที่หลายคนเรียกว่า หาดมะโร เพียงเลี้ยวขวาเข้าไปอีกประมาณ 3 กิโลเมตร ก็จะได้เจอกับทะเลสวยน้ำใส ที่นี่โดดเด่นด้วยหาดทรายเม็ดละเอียด ทอดยาวสู่ท้องทะเล น้ำใสสะอาด เหมาะสำหรับลงเล่นน้ำแบบสบายใจ บรรยากาศเงียบสงบ รายล้อมด้วยธรรมชาติ จึงเป็นอีกหนึ่งจุดพักผ่อนยอดนิยม โดยเฉพาะในวันหยุดที่ครอบครัวมักพากันมาใช้เวลาร่วมกัน นอกจากนี้ ยังมีบังกะโลริมทะเลให้บริการ สำหรับใครที่อยากนอนฟังเสียงคลื่นแบบใกล้ชิด
เกาะกูด
อีกหนึ่งจุดหมายสำคัญของตราดคือ เกาะกูด ที่ได้ฉายา อันดามันแห่งทะเลตะวันออก โดย หาดคลองเจ้า หรือหาด 3 น้ำ เป็นชายหาดที่มีทั้งน้ำทะเล น้ำกร่อย และน้ำจืดมาบรรจบกัน ไฮไลต์คือ ต้นมะพร้าวเอน 90 องศา เป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยม จากหาดสามารถเดินหรือพายคายัคไปยัง น้ำตกคลองเจ้า น้ำตกธรรมชาติ 3 ชั้น ที่มีแอ่งน้ำใสให้ลงเล่นได้ สำหรับสายโลคัล แนะนำ ชุมชนบ้านอ่าวสลัด หมู่บ้านชาวประมงที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเรียนรู้วิถีชีวิต พร้อมทำกิจกรรมอนุรักษ์ เช่น ปล่อยปูไข่ และปลูกปะการัง
เกาะหมาก
ปิดท้ายด้วย เกาะหมาก เกาะเงียบสงบที่เต็มไปด้วยสวนมะพร้าว เหมาะกับการพักผ่อน บรรยากาศสบาย ๆ สไตล์วิถีชาวเกาะ ที่เที่ยวเกาะหมากเหมาะกับผู้ที่ต้องการหลบความวุ่นวาย เพื่อมาค้นหาความสุขที่เรียบง่าย เติมเต็มหัวใจ ทั้งหาดทรายขาว น้ำทะเลใส หรือมุมอันซีนที่รอให้ค้นพบ ไฮไลต์คือ สะพานสู่ฝัน ที่ทอดยาวสู่ทะเล และจุดชมวิวเขาแผนที่ที่สามารถมองเห็นทัศนียภาพโดยรอบได้อย่างสวยงาม ที่เกาะหมากยังมีกิจกรรมมากมายให้นักท่องเที่ยวได้ดื่มด่ำกับธรรมชาติแบบใกล้ชิด ทั้งพายคายัค ล่องไปตามน้ำทะเลใส ชมวิวเกาะในแต่ละมุมที่มีเสน่ห์แตกต่างกัน ปั่นจักรยานท่ามกลางสวนมะพร้าว แวะสัมผัสวิถีชีวิตเรียบง่ายของชุมชน หรือดำน้ำชมโลกใต้ทะเลที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ บางครั้งแค่ได้นั่งฟังเสียงคลื่นกระทบฝั่งเบา ๆ ใต้ต้นมะพร้าวริมทะเลก็อาจทำให้หัวใจพองโต
เติมเต็มทริปตราดกับบางกอกแอร์เวย์ส
สำหรับใครที่วางแผนเดินทางไปตราด สายการบินบางกอกแอร์เวย์สมีเที่ยวบินตรงสู่จังหวัดตราด ใช้เวลาบินเพียงแค่ 45 นาที ประหยัดทั้งเวลาและได้รับความสะดวกสบาย โดยมีเที่ยวบินกรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) ไป-กลับ วันละ 2 เที่ยวบิน ผู้โดยสารทุกท่านจะได้รับสิทธิประโยชน์มากมาย อาทิ น้ำหนักกระเป๋าฟรี 20 กก. สำหรับทุกคน, Boutique Lounge ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และมุมบริการของว่างที่สนามบินตราด, อาหารบนเครื่องที่รังสรรค์จากวัตถุดิบท้องถิ่นคุณภาพ, บริการเลือกที่นั่งล่วงหน้าแบบไม่มีค่าใช้จ่าย, และโปรแกรมสะสมคะแนน FlyerBonus ที่รับส่วนลดเที่ยวบิน ที่พัก และข้อเสนอจากพันธมิตรชั้นนำ



