ตลาดหุ้นไทยปิดตลาดวันที่ 2 กรกฎาคม 2567 ที่ระดับ 1,320.85 จุด ลดลง 1.35 จุด หรือ 0.10% โดยมีมูลค่าการซื้อขายรวม 47,236 ล้านบาท นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 1,234 ล้านบาท ขณะที่นักลงทุนสถาบันซื้อสุทธิ 567 ล้านบาท
ปัจจัยกดดันจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัว
นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงตามตลาดหุ้นภูมิภาค เนื่องจากนักลงทุนกังวลแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวลง โดยเฉพาะจากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่อ่อนแอ รวมถึงความไม่แน่นอนของนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ที่อาจชะลอการลดดอกเบี้ยออกไป
กลุ่มพลังงานและแบงก์กดดันดัชนี
หุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวลงนำโดย PTTEP ปิดที่ 148.50 บาท ลดลง 2.00 บาท หรือ 1.33% เนื่องจากราคาน้ำมันดิบโลกอ่อนตัวลง กลุ่มธนาคารพาณิชย์กดดันดัชนีเช่นกัน โดย KBANK ปิดที่ 128.00 บาท ลดลง 1.00 บาท หรือ 0.78% อย่างไรก็ตาม หุ้นกลุ่มค้าปลีกและสื่อสารปรับตัวขึ้นช่วยพยุงดัชนี โดย CPALL ปิดที่ 56.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท หรือ 0.89% และ ADVANC ปิดที่ 206.00 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาท หรือ 0.98%
แนวโน้มตลาดพรุ่งนี้ยังผันผวน
บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง คาดว่าแนวโน้มตลาดหุ้นไทยในวันที่ 3 กรกฎาคม 2567 จะยังคงผันผวน โดยมีแนวรับที่ 1,310 จุด และแนวต้านที่ 1,330 จุด นักลงทุนยังคงรอติดตามผลการประชุมเฟดในเดือนกรกฎาคม รวมถึงตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ในวันศุกร์นี้
มุมมองนักวิเคราะห์ต่อทิศทางดอกเบี้ย
นักวิเคราะห์จาก บล.กสิกรไทย ระบุว่า ตลาดคาดว่าเฟดจะคงดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ แต่สิ่งที่ตลาดจับตาคือสัญญาณเกี่ยวกับการลดดอกเบี้ยในช่วงครึ่งปีหลัง หากเฟดส่งสัญญาณผ่อนคลาย อาจช่วยหนุนตลาดหุ้นไทยให้ฟื้นตัวได้



