นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า สหรัฐอเมริกาได้ชี้แจงถึงกรณีการตัดสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (GSP) สำหรับสินค้า 2 รายการของไทย ได้แก่ สินค้าประเภทเครื่องปรับอากาศและยางรถยนต์ โดยระบุว่าเป็นไปตามกฎหมายและข้อกำหนดของสหรัฐฯ อย่างเคร่งครัด การตัดสิทธิครั้งนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 25 เมษายน 2563 เป็นต้นไป
รายละเอียดการตัดสิทธิ GSP
สหรัฐฯ ชี้แจงว่าการตัดสิทธิ GSP สำหรับสินค้าทั้ง 2 รายการนี้ เกิดจากการที่ไทยไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขบางประการที่กำหนดไว้ในกฎหมาย GSP ของสหรัฐฯ โดยเฉพาะในเรื่องการคุ้มครองแรงงานและสิทธิของแรงงาน ซึ่งไทยยังไม่สามารถปรับปรุงให้เป็นไปตามมาตรฐานที่สหรัฐฯ กำหนดได้
ทั้งนี้ สินค้าเครื่องปรับอากาศและยางรถยนต์ของไทยที่ส่งออกไปสหรัฐฯ จะต้องเสียภาษีนำเข้าในอัตราปกติ ซึ่งสูงกว่าอัตราภาษีที่ได้รับสิทธิ GSP ประมาณร้อยละ 2-3 ส่งผลให้ผู้ส่งออกไทยต้องปรับตัวและอาจกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันในตลาดสหรัฐฯ
ผลกระทบต่อการค้าไทย-สหรัฐฯ
นายกษิตกล่าวว่า การตัดสิทธิ GSP ครั้งนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ทางการค้าโดยรวมระหว่างไทยกับสหรัฐฯ เนื่องจากมูลค่าสินค้าที่ถูกตัดสิทธิมีสัดส่วนเพียงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับมูลค่าการค้าทั้งสองประเทศ โดยในปี 2562 ไทยส่งออกสินค้าไปสหรัฐฯ รวมมูลค่ากว่า 3.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่สินค้าที่ถูกตัดสิทธิมีมูลค่ารวมประมาณ 1,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นร้อยละ 4 ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด
“สหรัฐฯ ย้ำว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องทางเทคนิคและไม่ใช่การเมือง เราเข้าใจและพร้อมที่จะเจรจาเพื่อหาทางออกร่วมกัน” นายกษิตกล่าว
การเจรจาเพื่อฟื้นฟูสิทธิ GSP
ไทยจะดำเนินการเจรจากับสหรัฐฯ เพื่อขอให้พิจารณาทบทวนการตัดสิทธิ GSP โดยจะเน้นการปรับปรุงมาตรฐานแรงงานและสิทธิแรงงานให้เป็นที่ยอมรับ รวมถึงการหารือในระดับเจ้าหน้าที่เทคนิคเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงและหาแนวทางแก้ไข
นายกษิต กล่าวเพิ่มเติมว่า “เราได้ตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อติดตามเรื่องนี้ โดยมีกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงแรงงานร่วมมือกัน เราจะเร่งดำเนินการให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของสหรัฐฯ เพื่อให้สามารถกลับมาได้รับสิทธิ GSP โดยเร็วที่สุด”
ด้านนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ไทยจะไม่ยอมให้เรื่องนี้กระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะนักลงทุนสหรัฐฯ ที่มีอยู่ในไทย ซึ่งมีมูลค่าการลงทุนกว่า 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ
ข้อเสนอแนะจากภาคเอกชน
นายกลินท์ สารสิน ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ภาคเอกชนพร้อมให้ความร่วมมือกับรัฐบาลในการปรับปรุงมาตรฐานแรงงาน และเชื่อว่าการเจรจาจะประสบความสำเร็จ เนื่องจากไทยมีศักยภาพในการแข่งขันสูง
“เรามีความสัมพันธ์ที่ดีกับสหรัฐฯ มานาน การตัดสิทธิ GSP ครั้งนี้เป็นเพียงอุปสรรคเล็กน้อยที่เราจะสามารถแก้ไขร่วมกันได้” นายกลินท์ กล่าว
ทั้งนี้ การตัดสิทธิ GSP สำหรับสินค้าเครื่องปรับอากาศและยางรถยนต์ของไทย มีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่วันที่ 25 เมษายน 2563 ซึ่งผู้ส่งออกไทยต้องเตรียมรับมือกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ขณะที่รัฐบาลเร่งเจรจาเพื่อให้สถานการณ์กลับสู่ปกติโดยเร็ว



