เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2567 เงินบาทเปิดตลาดที่ระดับ 33.00 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นระดับแข็งค่าที่สุดในรอบกว่า 1 เดือน โดยแข็งค่าขึ้นจากระดับปิดก่อนหน้านี้ที่ 33.20 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ
ปัจจัยหนุนค่าเงินบาท
นายจิติพล พฤกษาเมธานันท์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า เงินบาทได้รับแรงหนุนสำคัญจากราคาทองคำในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยทองคำปรับขึ้นแตะระดับ 1,950 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ส่งผลให้มีแรงขายทองคำออกมาเพื่อทำกำไร ซึ่งนำไปสู่การไหลเข้าของเงินดอลลาร์สหรัฐและเงินบาท
นอกจากนี้ กระแสเงินทุนจากต่างประเทศ (Fund Flow) ที่ไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นและพันธบัตรไทยก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญ โดยนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทยประมาณ 1,200 ล้านบาท และซื้อสุทธิพันธบัตรไทยประมาณ 800 ล้านบาทในวันเดียวกัน
มุมมองต่อค่าเงินบาทในระยะสั้น
นักวิเคราะห์มองว่า เงินบาทมีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 32.80-33.20 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐในระยะสั้น โดยต้องจับตาทิศทางราคาทองคำและนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในการประชุมเดือนกันยายนนี้
ทั้งนี้ หากเฟดส่งสัญญาณชะลอการปรับขึ้นดอกเบี้ย หรือราคาทองคำยังคงปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง เงินบาทอาจแข็งค่าแตะระดับ 32.80 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐได้
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย
การแข็งค่าของเงินบาทอาจส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกของไทย เนื่องจากสินค้าไทยจะมีราคาแพงขึ้นในสายตาผู้ซื้อต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม ในทางกลับกัน การแข็งค่าของเงินบาทจะช่วยลดต้นทุนการนำเข้าวัตถุดิบและพลังงาน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อภาคการผลิตและผู้บริโภค



