DBS ปรับเป้าหมาย SET Index ปี 2569 ขึ้นสู่ 1,500 จุด หลังการเมืองเริ่มชัดเจน
DBS ปรับเป้า SET Index ปี 69 สู่ 1,500 จุด

DBS ปรับเป้าหมาย SET Index ปี 2569 ขึ้นสู่ 1,500 จุด หลังการเมืองเริ่มชัดเจน

นางจันทร์เพ็ญ ศิริธนารัตนกุล กรรมการบริหารอาวุโสฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บล. ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ดัชนี SET Index มีการปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่น หลังผลการเลือกตั้งมีความชัดเจนมากกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์ โดยเฉพาะจำนวนที่นั่งของพรรคภูมิใจไทยที่ออกมาสูงมาก ส่งผลให้ภาพรวมทางการเมืองมีเสถียรภาพและสร้างความเชื่อมั่นในความต่อเนื่องของนโยบายเศรษฐกิจ

ปัจจัยดึงดูดเงินทุนต่างชาติไหลกลับ

ความชัดเจนทางการเมืองกลายเป็นปัจจัยหลักที่ดึงดูดกระแสเงินทุนต่างชาติให้ไหลกลับเข้าสู่ตลาดหุ้นไทยอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนจากวอลุ่มการซื้อขายที่พุ่งสูงขึ้นแตะระดับแสนล้านบาท และสถานะของนักลงทุนต่างชาติที่เปลี่ยนจากการขายสุทธิเป็นซื้อสุทธิอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนธันวาคมที่ผ่านมา

จากกระแสบวกนี้ ฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ DBS จึงปรับเพิ่มเป้าหมายดัชนี SET Index ของปี 2569 ขึ้นจาก 1,380 จุด ไปอยู่ที่ 1,500 จุด โดยคำนวณจาก Forward P/E ที่ 16 เท่า ของประมาณการผลกำไรปี 2570 ซึ่งถือว่าเป็นระดับที่ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลังอยู่ประมาณ -0.5 Standard Deviation

คงคาดการณ์ GDP โต 1.6% และกลยุทธ์การลงทุน

สำหรับตัวเลขพื้นฐานทางเศรษฐกิจอื่นๆ DBS ยังคงประมาณการ EPS Growth เติบโตที่ 7% และ GDP Growth ปี 2569 ขยายตัวที่ 1.6% อย่างไรก็ตาม ยังคงตามหลังกลุ่มประเทศอาเซียนที่มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 4% เนื่องจากภาคการส่งออกเผชิญภาวะฐานสูงในปีที่ผ่านมาและผลกระทบจากนโยบายกำแพงภาษีของสหรัฐฯ

นางสาวจันทร์เพ็ญระบุว่า แม้ดัชนีจะเริ่มมี Upside จำกัดอยู่ที่ประมาณ 7% จากระดับปัจจุบัน แต่ DBS ยังคงแนะนำให้ "ซื้อ" โดยเน้นการเลือกหุ้นรายตัวที่ราคายังปรับขึ้นไม่มากและมีปัจจัยพื้นฐานรองรับ ได้แก่

  1. กลุ่มธนาคารพาณิชย์: เน้นหุ้นที่มีการเพิ่มอัตราการจ่ายเงินปันผล โดยคาดหวังอัตราผลตอบแทนเงินปันผลสูงถึง 6-9%
  2. กลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน: คาดว่าจะกลับมาฟื้นตัวตามความชัดเจนในการจัดตั้งรัฐบาลและการผลักดันโครงการต่างๆ
  3. กลุ่มการท่องเที่ยว: รับอานิสงส์จากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่คาดว่าจะแตะระดับ 35 ล้านคนตามประมาณการของธนาคารแห่งประเทศไทย
  4. กลุ่มหุ้นขนาดใหญ่: ที่ราคาปรับตัวลงมาลึกในช่วงก่อนหน้า และเป็นเป้าหมายหลักของ Fund Flow ที่เริ่มทำ Sector Rotation จากตลาดพัฒนาแล้วเข้าสู่ตลาดเกิดใหม่

หวังรัฐบาลใหม่มีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจชัดเจน

ในส่วนของการจัดตั้งรัฐบาล หากการรวมตัวของพรรคแกนนำหลักเป็นไปตามความคาดหมายของตลาด จะทำให้รัฐบาลมีเสียงสนับสนุนในสภามากกว่า 300 เสียง ซึ่งถือเป็นระดับที่มีเสถียรภาพสูงและเป็นบวกต่อบรรยากาศการลงทุนในระยะยาว

ขณะที่การเคลื่อนไหวของกองทุนต่างประเทศ DBS ระบุว่า ปัจจุบันนักลงทุนส่วนใหญ่ยังคงสถานะการลงทุนในหุ้นไทยแบบ "น้อยกว่าตลาด" เนื่องจากปัจจัยความไม่แน่นอนทางการเมืองที่เกิดขึ้นในข่วงก่อนหน้าและอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยังไม่โดดเด่น แต่เริ่มเห็นสัญญาณการทยอยเพิ่มสถานะการลงทุนบ้างแล้ว และหากรัฐบาลใหม่มีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งในระยะสั้นและระยะยาวที่ชัดเจน จะเป็นแรงส่งสำคัญที่ทำให้นักลงทุนต่างชาติพิจารณาเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในไทยต่อไปในอนาคต