แบงก์ชาติ จ่อคุมเข้ม Buy Now Pay Later คาดออกเกณฑ์ใหม่ภายในสิ้นปี 2569
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เตรียมออกประกาศฉบับใหม่เพื่อกำกับดูแลสินเชื่อแบบ Buy Now Pay Later (BNPL) หรือซื้อก่อนจ่ายทีหลัง โดยคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ภายในสิ้นปี 2569 นี้ หลังจากพบว่าตลาด BNPL ในไทยมีการเติบโตอย่างรวดเร็วและอาจสร้างภาระหนี้ให้กับผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่มคนอายุน้อยและรายได้น้อย
BNPL ในไทยใหญ่แค่ไหน?
นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธปท. เปิดเผยว่า ปัญหาหนี้ครัวเรือนเป็นหนึ่งในปัญหาเชิงโครงสร้างที่ต้องเร่งแก้ไข โดยปัจจุบันคนไทยกว่า 25.5 ล้านคน หรือราว 38% ของประชากร มีหนี้สิน โดยเฉพาะกลุ่มคนเพิ่งเริ่มทำงานอายุ 20-35 ปี กว่า 52.7% เป็นหนี้เร็ว และเป็นกลุ่มที่มีหนี้เสีย (NPL) สูงที่สุดถึง 27% ซึ่งส่วนใหญ่เป็นหนี้ที่ไม่สร้างรายได้ เช่น หนี้บัตรเครดิต หนี้ส่วนบุคคล และหนี้รถยนต์
ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ตลาดสินเชื่อ BNPL ในไทยมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากการสำรวจของธปท. พบว่า มูลค่าสินเชื่อ BNPL ในปี 2567 อยู่ที่ 17,908 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38% ต่อปี และจำนวนบัญชี 4.91 ล้านบัญชี เพิ่มขึ้นถึง 99.9% ต่อปี โดยผู้ใช้ BNPL ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนอายุน้อยและรายได้น้อย โดยเฉพาะกลุ่มนักศึกษาและ First Jobber (อายุ 23-30 ปี) ซึ่งมีอัตราการค้างชำระหนี้สูงกว่ากลุ่มอื่น
BNPL เสี่ยงสร้างหนี้ในอนาคต
แม้ BNPL จะมีข้อดีในการเข้าถึงประชากรจำนวนมาก แต่ข้อมูลเชิงพฤติกรรมจากธปท. ชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยง 3 ประการ ได้แก่
- ผู้ใช้บางรายไม่ทราบว่าการใช้ BNPL เป็นการก่อหนี้สินเชื่อ คิดว่าเป็นเพียงช่องทางการชำระเงิน
- โปรโมชันที่ดึงดูดทำให้ตัดสินใจซื้อง่ายขึ้น และยากที่จะกลับไปจ่ายราคาเต็ม
- วินัยทางการเงินอาจแย่ลงเมื่อสามารถผ่อนชำระขั้นต่ำได้ กระตุ้นให้ซื้อสินค้าฟุ่มเฟือยหรือไม่จำเป็น
แนวทางการคุมเข้ม BNPL
ธปท. จะออกประกาศกำกับดูแลการให้สินเชื่อ BNPL โดยตรง ไม่ใช่การกำกับดูแลแพลตฟอร์ม โดยปัจจุบันผู้ให้บริการ BNPL แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ
- กลุ่มที่มีใบอนุญาต Digital Lending Ploan ซึ่งใช้ Alternative Data ในการวิเคราะห์สินเชื่อ ปล่อยกู้ไม่เกิน 20,000 บาทต่อราย อัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 25% ต่อปี
- กลุ่มผู้ประกอบการสินเชื่อทั่วไป ไม่จำกัดวงเงิน แต่ดอกเบี้ยไม่เกิน 15% ต่อปี
ประกาศฉบับใหม่จะกำหนดหลักเกณฑ์เพิ่มเติม เช่น คุณสมบัติผู้ใช้บริการ (อายุขั้นต่ำ) ขอบเขตการให้บริการ (ประเภทสินค้า มูลค่าขั้นต่ำ) และเพดานดอกเบี้ย รวมถึงข้อกำหนดให้ผู้ให้บริการต้องนำเสนอข้อมูลสินเชื่ออย่างครบถ้วน เข้าใจง่าย ไม่กระตุ้นให้กู้ยืม โดยลูกค้าต้องรู้ตัวว่าได้รับวงเงินสินเชื่อ กำลังใช้สินเชื่อ และกำลังชำระหนี้
อย่างไรก็ตาม การกำกับดูแลนี้จะไม่ครอบคลุมถึงบริษัทที่ขายสินค้าของตนเองและให้ผ่อนชำระ รวมถึงแอปกู้เงินต่างๆ



