ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ แบงก์ชาติ ออกมาตอบโต้กระทรวงการคลังอย่างชัดเจน หลังจากที่มีกระแสกดดันให้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย โดยยืนยันว่าการตัดสินใจด้านนโยบายการเงินนั้น ขึ้นอยู่กับภาวะเศรษฐกิจและเงินเฟ้อเป็นหลัก ไม่ใช่แรงกดดันจากฝ่ายการเมืองหรือหน่วยงานอื่นใด
แบงก์ชาติย้ำอิสระนโยบายการเงิน
ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ กนง. จะพิจารณาปรับเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยนโยบายจากข้อมูลเศรษฐกิจที่แท้จริงเท่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งอัตราเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ในระดับต่ำ และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ยังไม่ทั่วถึง
การออกมาให้สัมภาษณ์ครั้งนี้มีขึ้นหลังจากที่กระทรวงการคลังได้ออกมาแสดงความเห็นว่า ควรมีการลดดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับแบงก์ชาติเป็นอย่างมาก แบงก์ชาติมองว่าการแทรกแซงเช่นนี้เป็นการละเมิดความเป็นอิสระขององค์กร
ปัจจัยที่แบงก์ชาติใช้ตัดสินใจ
- อัตราเงินเฟ้อทั่วไปและเงินเฟ้อพื้นฐาน
- การขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือ จีดีพี
- เสถียรภาพของระบบการเงิน
- อัตราแลกเปลี่ยนและความเคลื่อนไหวของทุนเคลื่อนย้าย
แบงก์ชาติยังระบุว่า การลดดอกเบี้ยอาจไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุดสำหรับเศรษฐกิจไทยในขณะนี้ เนื่องจากหนี้ครัวเรือนยังอยู่ในระดับสูง และการลดดอกเบี้ยอาจกระตุ้นให้เกิดการก่อหนี้เพิ่มเติม ซึ่งจะส่งผลเสียในระยะยาว
กระทรวงการคลังยังเดินหน้ากดดัน
แม้แบงก์ชาติจะออกมาชี้แจงแล้ว แต่กระทรวงการคลังก็ยังคงยืนยันจุดยืนของตนว่า การลดดอกเบี้ยนโยบายจะช่วยลดภาระของประชาชนและผู้ประกอบการ โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจโลกมีความไม่แน่นอนสูง
ความขัดแย้งระหว่างสองหน่วยงานหลักของประเทศนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายในการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติ
ทั้งนี้ การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินครั้งต่อไปจะมีขึ้นในเดือนหน้า ซึ่งตลาดการเงินจะจับตาดูอย่างใกล้ชิดว่า กนง. จะตัดสินใจอย่างไรท่ามกลางแรงกดดันที่เพิ่มขึ้น



