สหพันธ์ขนส่งฯ เรียกประชุมด่วนหลังน้ำมันขึ้น 6 บาท เตรียมเคลื่อนไหวม็อบสิบล้อ
สหพันธ์ขนส่งฯ ประชุมด่วนหลังน้ำมันขึ้น 6 บาท เตรียมม็อบสิบล้อ (26.03.2026)

สหพันธ์ขนส่งทางบกฯ เรียกประชุมด่วนหลังน้ำมันขึ้น 6 บาท เตรียมเคลื่อนไหวม็อบสิบล้อ

สหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย ได้ประกาศเรียกประชุมสมาชิกอย่างเร่งด่วน หลังจากที่ราคาน้ำมันในประเทศปรับตัวสูงขึ้นถึง 6 บาทต่อลิตร ซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อต้นทุนการดำเนินงานในภาคขนส่ง โดยการประชุมนี้มีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 27 มีนาคม 2569 เพื่อหารือและพิจารณาการปรับขึ้นค่าขนส่งให้สอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริง พร้อมทั้งเตรียมขอมติจากที่ประชุมสำหรับการเคลื่อนไหวในรูปแบบ "ม็อบสิบล้อ" เพื่อเรียกร้องความช่วยเหลือจากภาครัฐ

ต้นทุนน้ำมันพุ่งสูงถึง 45-50% ของต้นทุนขนส่งทั้งหมด

นายทองอยู่ คงขันธ์ ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ไม่สามารถแบกรับภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้อีกต่อไป เนื่องจากในปัจจุบัน ค่าน้ำมันคิดเป็นสัดส่วนที่สูงถึง 45-50% ของต้นทุนการขนส่งทั้งหมด ซึ่งตามหลักเกณฑ์ทางเศรษฐศาสตร์ หากราคาน้ำมันปรับขึ้นทุก 1 บาท จะทำให้ต้นทุนค่าขนส่งเพิ่มขึ้นประมาณ 3% ดังนั้น การปรับขึ้นราคาน้ำมันครั้งนี้จึงส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการขนส่งอย่างมีนัยสำคัญ

หลังการประชุม สหพันธ์ฯ จะแจ้งมติที่ประชุมและแนวทางการดำเนินงานอย่างเป็นทางการต่อสาธารณชน เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบถึงทิศทางและมาตรการต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

มาตรการช่วยเหลือจากรัฐ: โอนเงินผ่านพร้อมเพย์เป็นทางเลือกโปร่งใส

สำหรับมาตรการช่วยเหลือภาคขนส่งจากรัฐบาล สหพันธ์ฯ ได้แสดงความเห็นด้วยกับแนวทางที่รัฐจะใช้การช่วยเหลือแบบ โอนเงินชดเชยเข้าบัญชีพร้อมเพย์ (PromptPay) ให้แก่ผู้ประกอบการโดยตรง ซึ่งคล้ายคลึงกับโครงการคนละครึ่งพลัสที่เคยดำเนินการมาแล้ว มาตรการนี้ถูกมองว่ามีความโปร่งใสและตรวจสอบได้มากกว่า เนื่องจากสามารถติดตามการใช้จ่ายและป้องกันการรั่วไหลของงบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพ

น้ำมัน B20 ไม่ใช่ทางออกสำหรับภาคขนส่งทางบก

ในส่วนของมาตรการส่งเสริมให้ใช้น้ำมัน B20 ซึ่งมีราคาถูกกว่าน้ำมัน B7 ประมาณ 5 บาทต่อลิตรนั้น สหพันธ์ฯ มองว่า อาจไม่จูงใจและไม่สามารถช่วยลดต้นทุนได้จริง เนื่องจากน้ำมัน B20 มีส่วนผสมของน้ำมันปาล์มที่มีราคาสูง การนำของแพงมาผสมกับของแพงจึงไม่น่าจะทำให้ราคาถูกลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ ยังมีข้อจำกัดด้านเทคนิคของเครื่องยนต์ โดยน้ำมัน B20 อาจใช้งานได้กับรถบรรทุกรุ่นเก่าที่เป็นมาตรฐานยูโร 1 หรือยูโร 2 เท่านั้น แต่สำหรับรถบรรทุกรุ่นใหม่โดยเฉพาะมาตรฐานยูโร 5 (Euro 5) จะไม่สามารถใช้งานได้เลย เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อระบบการสันดาปภายในเครื่องยนต์และสร้างความเสียหายตามมา

ดังนั้น น้ำมัน B20 จึงอาจช่วยบรรเทาปัญหาได้เพียงบางภาคส่วน เช่น ภาคอุตสาหกรรม การเกษตร หรือพาณิชยกรรม แต่สำหรับภาคการขนส่งทางบก ถือว่า ไม่ใช่ทางออกที่ยั่งยืน ในการแก้ไขวิกฤตพลังงานในครั้งนี้ ผู้ประกอบการจึงจำเป็นต้องหามาตรการอื่นๆ เพื่อรับมือกับต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง