แบงก์ชาติจีนเพิ่มสภาพคล่อง 5 แสนล้านหยวน กระตุ้นเศรษฐกิจรับศก.โลกชะลอ
แบงก์ชาติจีนเพิ่มสภาพคล่อง 5 แสนล้านหยวน กระตุ้นเศรษฐกิจ

ธนาคารกลางจีน (PBOC) ประกาศเพิ่มสภาพคล่องเข้าสู่ระบบการเงินเป็นจำนวน 5 แสนล้านหยวน หรือประมาณ 2.5 ล้านล้านบาท ผ่านการดำเนินงานซื้อคืนพันธบัตรแบบย้อนกลับ (reverse repo) อายุ 7 วัน อัตราดอกเบี้ยคงที่ที่ร้อยละ 1.8 การดำเนินการดังกล่าวมีขึ้นเพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของจีน ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวลง

รายละเอียดการดำเนินงาน

การดำเนินงานซื้อคืนพันธบัตรแบบย้อนกลับเป็นเครื่องมือที่ธนาคารกลางใช้ในการจัดการสภาพคล่องระยะสั้น โดย PBOC จะซื้อพันธบัตรจากธนาคารพาณิชย์พร้อมสัญญาว่าจะขายคืนในอนาคต การดำเนินการครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มเงินสำรองในระบบธนาคาร ช่วยให้ธนาคารพาณิชย์มีเงินให้กู้ยืมแก่ธุรกิจและประชาชนมากขึ้น ซึ่งจะช่วยกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจ

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจจีน

การเพิ่มสภาพคล่องครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่จีนเผชิญกับความท้าทายทางเศรษฐกิจหลายประการ รวมถึงการชะลอตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์ ความต้องการภายในประเทศที่อ่อนแอ และการส่งออกที่ลดลงจากอุปสงค์โลกที่ซบเซา นักวิเคราะห์มองว่าการดำเนินการของ PBOC เป็นสัญญาณว่าธนาคารกลางยังคงมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ โดยใช้นโยบายการเงินที่ผ่อนคลาย

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram
  • การสนับสนุนธุรกิจขนาดเล็ก: สภาพคล่องที่เพิ่มขึ้นจะช่วยให้ธนาคารพาณิชย์ปล่อยสินเชื่อแก่ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ซึ่งเป็นกระดูกสันหลังของเศรษฐกิจจีน
  • กระตุ้นการบริโภค: การมีเงินในระบบมากขึ้นอาจช่วยลดต้นทุนการกู้ยืม ส่งเสริมการบริโภคและการลงทุน
  • รักษาเสถียรภาพตลาดการเงิน: การแทรกแซงของ PBOC ช่วยป้องกันความผันผวนของอัตราดอกเบี้ยในตลาดเงิน

บริบทเศรษฐกิจโลก

การตัดสินใจของ PBOC เกิดขึ้นท่ามกลางธนาคารกลางหลายแห่งทั่วโลกที่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ ส่งผลให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัว จีนซึ่งเป็นประเทศผู้ส่งออกรายใหญ่ได้รับผลกระทบจากอุปสงค์ที่ลดลง การเพิ่มสภาพคล่องครั้งนี้จึงเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศให้แข็งแกร่งขึ้น เพื่อชดเชยการส่งออกที่ชะลอตัว

แนวโน้มในอนาคต

นักเศรษฐศาสตร์คาดว่า PBOC อาจยังคงใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายต่อไป โดยอาจลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายหรือลดสัดส่วนการกันสำรองของธนาคารพาณิชย์ (RRR) เพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ต้องจับตาดูอัตราเงินเฟ้อของจีนซึ่งยังคงต่ำกว่าระดับเป้าหมาย ทำให้ธนาคารกลางมีพื้นที่ในการดำเนินนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจต่อไป