นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนสิงหาคม 2567 อยู่ที่ 56.9 เพิ่มขึ้นจาก 56.7 ในเดือนกรกฎาคม นับเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกัน โดยเป็นระดับสูงสุดในรอบ 13 เดือน นับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2566
ปัจจัยหนุนความเชื่อมั่น
ปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือนนี้ ได้แก่ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ โดยเฉพาะโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเล็ต และการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย รวมถึงสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ทรงตัวในระดับต่ำ
ดัชนีย่อยปรับเพิ่มขึ้น
ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยโดยรวมอยู่ที่ 50.8 เพิ่มขึ้นจาก 50.5 ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสหางานทำอยู่ที่ 55.2 เพิ่มขึ้นจาก 55.0 และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคตอยู่ที่ 64.7 เพิ่มขึ้นจาก 64.5
อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคยังคงมีความกังวลเกี่ยวกับค่าครองชีพที่สูง โดยเฉพาะราคาอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงภาระหนี้สินครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง ขณะที่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจยังไม่ทั่วถึง
แนวโน้มระยะต่อไป
ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ คาดว่าดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือนกันยายนอาจทรงตัวหรือปรับลดลงเล็กน้อย เนื่องจากปัจจัยหนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเริ่มหมดไป ขณะที่ผู้บริโภคยังรอดูความชัดเจนของโครงการดิจิทัลวอลเล็ต
สำหรับภาพรวมไตรมาส 3 ของปี 2567 คาดว่าดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจะอยู่ที่ระดับ 56-57 ซึ่งใกล้เคียงกับไตรมาส 2 ที่อยู่ที่ 56.3 แต่ยังต่ำกว่าระดับ 60 ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่บ่งชี้ถึงความเชื่อมั่นในระดับดี



