อัปเดตเงื่อนไขคนละครึ่ง เฟส 2 'เอกนิติ' เผยหลักการเดิม รับเงิน 2,000-2,400 บาท
ความคืบหน้าล่าสุดของโครงการคนละครึ่งพลัส เฟส 2 ที่หยุดชะงักไปจากพระราชกฤษฎีกายุบสภา พ.ศ. 2568 เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568 ซึ่งส่งผลให้รัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล เปลี่ยนสถานะเป็นรัฐบาลรักษาการและกระทบต่อการผลักดันนโยบายสำคัญหลายรายการ รวมถึงโครงการนี้ที่ต้องชะลอการนำเข้าคณะรัฐมนตรีออกไปแบบไม่มีกำหนด
ผลการเลือกตั้ง 2569 กับความหวังใหม่ของโครงการ
หลังจากการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่คณะกรรมการการเลือกตั้งหรือ กกต. เริ่มทยอยเผยแพร่ผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ พบว่าพรรคอันดับหนึ่งคือพรรคภูมิใจไทยของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ทำให้โครงการคนละครึ่งพลัส เฟส 2 ที่หยุดชะงักกลับมาเป็นที่พูดถึงอีกครั้ง ล่าสุด นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้เปิดเผยถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น ซึ่งรวมถึงโครงการคนละครึ่งพลัสว่า ต้องเตรียมระบบให้พร้อมในการดำเนินการ เมื่อได้รัฐบาลอย่างเป็นทางการ ก็จะสามารถดำเนินการทันที
นายเอกนิติยืนยันว่าโครงการยังคงยึดหลักการเดิม โดยให้เงินช่วยเหลือ 2,000 บาท สำหรับบุคคลที่ไม่อยู่ในระบบภาษี และ 2,400 บาท สำหรับบุคคลที่อยู่ในระบบภาษี นอกจากนี้ กำลังพิจารณาว่าจะแจกเงินพร้อมกันหรือแจกกลุ่มตกหล่นจากรอบแรกก่อน พร้อมกับมาตรการอื่นๆ เช่น บัญชีการออมส่วนบุคคลหรือ TISA เพื่อกระตุ้นการออม
ย้อนดูเงื่อนไขคนละครึ่งพลัส เฟส 2
โครงการคนละครึ่งพลัส เฟส 2 จำกัดสิทธิ์ไว้ที่ 10 ล้านสิทธิ์ โดยผู้มีสิทธิ์จะได้รับวงเงินช่วยเหลือคนละ 2,000 บาทตลอดโครงการ ซึ่งแบ่งออกเป็นสองกลุ่มหลัก ได้แก่
- กลุ่มที่ไม่เคยเข้าร่วมโครงการมาก่อน และกลุ่มคนที่อยู่ในพื้นที่เกิดอุทกภัยและจังหวัดที่มีการสู้รบตามแนวชายแดนกับกัมพูชา จำนวน 5 ล้านสิทธิ์
- กลุ่มประชาชนที่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัสแล้ว จำนวน 5 ล้านสิทธิ์
ผู้มีสิทธิ์สามารถใช้จ่ายเงินผ่าน G-Wallet ในแอปพลิเคชันเป๋าตังกับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการได้ระหว่างเวลา 06.00–23.00 น. โดยไม่จำเป็นต้องใช้ให้เต็มสิทธิ์ 200 บาทต่อวัน โครงการนี้มุ่งหวังช่วยเหลือประชาชนและกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงวิกฤต



