ยูดี ทรัคส์ ประเทศไทย (UD Trucks Thailand) เปิดเผยถึงผลประกอบการในไตรมาสแรกของปี 2569 ว่า บริษัทสามารถขยายส่วนแบ่งการตลาดรถบรรทุกในประเทศไทยได้ถึง 13% สูงขึ้นกว่า 100% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากความเชื่อมั่นของลูกค้าต่อผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะรถบรรทุกใหม่รุ่น UD Quester MY2026 ที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี
วิกฤตราคาน้ำมันหนุนความต้องการรถประหยัดเชื้อเพลิง
นางสาววิลาวัลย์ วิศปาแพ้ว กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูดี ทรัคส์ คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า วิกฤตราคาพลังงานโลกในปี 2569 และราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนการดำเนินงานของผู้ประกอบการขนส่งเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ลูกค้าและผู้ประกอบการฟลีทรถขนส่งให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าในการลงทุน การประหยัดเชื้อเพลิง และการรักษาสภาพคล่องทางธุรกิจมากกว่าที่เคย
ท่ามกลางความท้าทายดังกล่าว ยูดี ทรัคส์ ยังคงสามารถขยายส่วนแบ่งการตลาดในประเทศไทยได้ถึง 13% ในไตรมาสแรกของปี 2569 โดยปัจจัยสำคัญมาจากความเชื่อมั่นที่ลูกค้ามีต่อผลิตภัณฑ์ของเรา ซึ่งสามารถตอบโจทย์ทั้งด้านสมรรถนะการใช้งาน และประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมัน นอกจากนี้ เรายังได้รับความไว้วางใจจากผู้ประกอบการฟลีทรายใหญ่ ส่งผลให้มีรถยูดี ทรัคส์ ออกสู่ตลาดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เกิดการใช้งานจริงที่พิสูจน์ประสิทธิภาพ และนำไปสู่การบอกต่อในวงกว้าง โดยเฉพาะรถรุ่นใหม่ UD Quester MY2026 ที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี
เทคโนโลยี ESCOT หัวใจประหยัดน้ำมัน
UD Quester MY2026 มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 8 ลิตร ให้กำลังสูงสุดถึง 350 แรงม้า ทำงานร่วมกับระบบเกียร์กึ่งอัตโนมัติ ESCOT ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเอกสิทธิ์ที่ขึ้นชื่อในด้านการประหยัดพลังงาน ระบบเกียร์ ESCOT จะช่วยคำนวณและปรับเปลี่ยนเกียร์ในจังหวะที่เหมาะสมที่สุดโดยอัตโนมัติ ไม่เพียงแต่ช่วยลดการสูญเสียเชื้อเพลิงจากการเปลี่ยนเกียร์ที่ไม่แม่นยำ แต่ยังช่วยลดความเหนื่อยล้าของพนักงานขับรถ ทำให้สามารถขับขี่ได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ รถยังมาพร้อมเทคโนโลยีมาตรฐานยูโร 5 และระบบบำบัดไอเสีย SCR ที่ตอบโจทย์ด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
กลยุทธ์ขยายตลาดผ่านดีลเลอร์ท้องถิ่น
สำหรับกลยุทธ์การขยายตลาด และเครือข่าย ยูดี ทรัคส์ มุ่งเน้นการให้ความสำคัญและสนับสนุนผู้แทนจำหน่ายที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ (Private Dealer) อย่างใกล้ชิด ซึ่งดีลเลอร์เหล่านี้มีความเข้าใจในบริบทของพื้นที่และเข้าถึงความต้องการของลูกค้าในภูมิภาคเป็นอย่างดี โดยกลยุทธ์ดังกล่าวส่งผลให้บริษัทฯ สามารถเจาะตลาดกลุ่มใหม่ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการรักษาฐานลูกค้าเดิมที่แข็งแกร่งในกลุ่มอุตสาหกรรมงานขนส่งก่อสร้าง หรืองานขนส่งทั่วไป ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความจำเป็นต้องใช้รถบรรทุกที่มีสมรรถนะสูง ทนทาน และต้องการความต่อเนื่องในการวิ่งงาน (Uptime)
ขยายศูนย์บริการ 23 แห่ง สู่ 26 แห่งในปี 2569
ปัจจุบัน ยูดี ทรัคส์ มีศูนย์บริการที่พร้อมให้การดูแลลูกค้าด้วยมาตรฐานระดับสากลจำนวน 23 แห่งทั่วประเทศ และมีเป้าหมายเชิงรุกที่จะเตรียมเปิดศูนย์บริการเพิ่มอีก 3 แห่งภายในสิ้นปี 2569 โดยเป็นผู้แทนจำหน่ายที่ได้รับการแต่งตั้ง ซึ่งจะส่งผลให้ ยูดี ทรัคส์ มีเครือข่ายศูนย์บริการที่แข็งแกร่งรวมทั้งสิ้น 26 แห่งในปีนี้ การขยายเครือข่ายอย่างต่อเนื่องนี้เป็นการตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการยกระดับมาตรฐานการบริการหลังการขาย ให้สามารถเข้าถึงลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว ลดเวลาการหยุดจอดซ่อมบำรุง และสร้างความมั่นใจสูงสุดให้กับลูกค้าตลอดอายุการใช้งานของตัวรถ
นอกเหนือจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์แล้ว เรายังให้ความสำคัญกับการยกระดับงานบริการหลังการขายอย่างต่อเนื่อง โดยมีแผนพัฒนาศูนย์บริการสู่การเป็น Uptime Center ที่นำเทคโนโลยีดิจิทัลและข้อมูลการใช้งานรถเข้ามาช่วยวิเคราะห์และติดตามสภาพรถแบบเชิงรุก เพื่อแจ้งเตือนลูกค้าล่วงหน้าก่อนเกิดปัญหาที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน
นางสาววิลาวัลย์ ทิ้งท้ายว่า เป้าหมายของเราไม่ใช่เพียงการซ่อมรถเมื่อเกิดความเสียหาย แต่คือการช่วยป้องกันปัญหาก่อนที่จะเกิดขึ้น ลดเวลาหยุดรถ (Downtime) เพิ่มความพร้อมในการใช้งาน (Uptime) และช่วยให้ลูกค้าสามารถวางแผนการบำรุงรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อการควบคุมต้นทุนและความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจอีกด้วย
จุดเด่นของ UD Quester MY2026
1. ประหยัดเชื้อเพลิงด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย
Quester ยกระดับมาตรฐานความประหยัดเชื้อเพลิง ด้วยเทคโนโลยีวิศวกรรมล้ำสมัย เช่น เกียร์ ESCOT มีให้เลือกทั้งเครื่องยนต์ GH8 350 แรงม้า และ GH11 410 แรงม้า โดยยังคงรักษาจุดเด่นในการให้แรงบิดสูงเป็นช่วงกว้างที่รอบต่ำ รวมถึงเครื่องยนต์ที่ผ่านมาตรฐาน Euro 5 ด้วยเทคโนโลยี SCR เพื่อลดการปล่อยมลพิษ และระบบฉีดเชื้อเพลิงขั้นสูงที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมโดยไม่ลดทอนสมรรถนะ
2. ฟังก์ชันช่วยขับขี่ประหยัดน้ำมัน
ทักษะและพฤติกรรมของคนขับมีผลโดยตรงต่อการใช้เชื้อเพลิง การขับขี่ที่ไม่สม่ำเสมอ เช่น การเร่งความเร็วรุนแรง อาจทำให้สิ้นเปลืองเชื้อเพลิงโดยไม่จำเป็น Quester จึงมาพร้อมฟีเจอร์ที่ช่วยให้การขับขี่เป็นเรื่องง่าย และส่งเสริมพฤติกรรมการขับขี่ที่เหมาะสม ประกอบด้วย
- ระบบ Fuel Coach เชื่อมต่อกับ Engine Management System ให้คำแนะนำเรื่องการเปลี่ยนเกียร์ การเบรก และการเร่งความเร็ว เพื่อให้อยู่ในรอบเครื่องยนต์ที่ประหยัดที่สุด
- ระบบ Cruise Control ช่วยลดการเร่งและเบรกโดยไม่จำเป็นในเส้นทางระยะไกล
- แอปพลิเคชัน My UD Truck ช่วยวิเคราะห์พฤติกรรมการขับขี่ ตรวจสอบสภาพรถก่อน-หลังการเดินทาง และค้นหาศูนย์บริการใกล้เคียง รวมถึงจุดเติม AdBlue หรือเชื้อเพลิง
- จอทัชสกรีน ขนาด 7 นิ้ว รองรับระบบ Android and Apple Car Play
3. ความปลอดภัยสูงสุด
เป้าหมาย Safety that puts people first ของ UD Trucks เป็นหัวใจสำคัญในการออกแบบ Quester คุณสมบัติด้านความปลอดภัย ได้แก่
- ESC (Electronic Stability Control) ระบบรักษาเสถียรภาพการทรงตัว ป้องกันการลื่นไถลหรือพลิกคว่ำ
- EBS (Electronic Braking System) เพิ่มประสิทธิภาพการหยุดรถ พร้อมระบบป้องกันล้อล็อก
- Rear Air Suspension ระบบช่วงล่างถุงลม พร้อมระบบปรับความสูงต่ำด้วยรีโมท ในรุ่นเครื่องยนต์ 11 ลิตร
- มาตรฐาน ECE R29 ห้องโดยสารผ่านการทดสอบความแข็งแรง ทนต่อแรงกระแทกตามระดับที่กำหนด ช่วยลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ
- รองรับ ADR ระบบไฟฟ้าถูกออกแบบให้ปลอดภัยต่อการขนส่งวัตถุอันตราย
- ถุงลมนิรภัย SRS ติดตั้งบริเวณพวงมาลัย ทำงานเมื่อเกิดการชนรุนแรง
- Parking Brake Alarm ระบบแจ้งเตือนไม่ดึงเบรกมือเมื่อเปิดประตู
4. ความพร้อมใช้งาน (Uptime)
UD Quester ถูกออกแบบโดยคำนึงถึงความพร้อมใช้งานสูงสุด เพื่อช่วยให้ธุรกิจเดินหน้าได้อย่างต่อเนื่อง ลดเวลาหยุดซ่อม และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ในรุ่นเครื่องยนต์ 11 ลิตร มาพร้อมรอบการบำรุงรักษาแบบ Preventive Maintenance (PM) ที่ยาวนานถึงทุก 60,000 กิโลเมตร ช่วยลดความถี่ในการเข้าศูนย์บริการ และลดต้นทุนการดูแลรักษาในระยะยาว
5. UD Connected Services
เจ้าของฟลีทสามารถใช้งาน UD Connected Services ระบบบริหารจัดการฟลีทรถผ่านแอปพลิเคชันและเว็บพอร์ทัล ที่ช่วยตรวจสอบสุขภาพรถก่อนและหลังการใช้งาน พร้อมข้อมูลสำคัญเพื่อวางแผนการบำรุงรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดความเสี่ยงจากการเสียฉุกเฉิน และเพิ่มความมั่นใจในการใช้งานทุกเส้นทาง



