INVX คาด SET แกว่งตัวพักฐานระยะสั้น รับแรงกดดันจาก ADVANC ขึ้น XD และ MSCI Rebalance
InnovestX บริษัทหลักทรัพย์ในกลุ่ม SCBX ออกมุมมองล่าสุดว่า ตลาดหุ้นไทย (SET) มีแนวโน้มจะแกว่งตัวและพักฐานในระยะสั้น เนื่องจากเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยหลัก 2 ประการ ได้แก่ การที่ ADVANC ขึ้น XD (หมดสิทธิ์รับปันผล) ซึ่งมีผล dilution effect จากปันผลรวม 27.41 บาทต่อหุ้น และ การปรับน้ำหนักลงทุนหุ้นไทยโดย MSCI Rebalance ที่คาดว่าจะลดน้ำหนักลง นอกจากนี้ ยังต้องติดตามการชี้แจงของ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต่อผู้ตรวจการแผ่นดินในประเด็นบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ซึ่งอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน
ปัจจัยต่างประเทศและแนวโน้มทางเทคนิค
ในด้านต่างประเทศ มีความคืบหน้าในการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน แม้ยังไม่บรรลุข้อตกลงชัดเจน และคาดว่าจะกลับมาเจรจาอีกครั้งในสัปดาห์หน้า ซึ่งเป็นปัจจัยบวกระยะสั้นที่ช่วยลดความเสี่ยงในตลาดสินทรัพย์เสี่ยง แต่เป็นลบต่อหุ้นพลังงานต้นน้ำและโรงกลั่น เช่น PTTEP, PTT, TOP, SPRC, BCP ส่วนการประชุม OPEC+ ในวันที่ 1 มีนาคม คาดว่าจะเพิ่มกำลังผลิตในเดือนเมษายน
ทางเทคนิค InnovestX ประเมินว่าดัชนี SET อยู่ในช่วงพักตัวระยะสั้น โดยหากไม่ต่ำกว่าระดับ 1500/1490 จุด ยังถือเป็นสัญญาณที่ดี แนวต้านอยู่ที่ 1540/1550 จุด สำหรับกลยุทธ์การลงทุน แนะนำ Selective Buy เมื่อดัชนีย่อตัวลงมาใกล้แนวรับสำคัญที่ 1450/1420 จุด โดยเน้นตั้งรับ ไม่ไล่ราคา
ปัจจัยสนับสนุนและความเสี่ยงเพิ่มเติม
แม้ภาพรวม SET ได้รับแรงหนุนจากการไหลเข้าของ Fund Flow หลังการเมืองไทยมีเสถียรภาพมากขึ้น และล่าสุด คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจ ซึ่งสร้าง Positive Surprise แก่ตลาด แต่ดัชนีได้ขึ้นมาตอบรับข่าวดีแล้วในระดับหนึ่ง ปัจจุบัน SET เทรดที่ PER 2569F บริเวณ 16 เท่า ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปี ทำให้แรงส่งขึ้นเริ่มจำกัดและต้องระวังแรงขายทำกำไรสลับในระยะสั้น
ปัจจัยติดตามสำคัญอื่นๆ ได้แก่ การประกาศงบ 4Q68 ของหุ้น Real Sector ในโค้งสุดท้าย ซึ่งอาจเห็นแรงเก็งกำไรในหุ้นที่งบออกมาดีหรือจ่ายเงินปันผลเด่น รวมถึงนโยบายของประธานาธิบดีทรัมป์ เรื่องการเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่าน ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ที่จะมีผลต่อบรรยากาศลงทุน
ธีมการลงทุนและหุ้นแนะนำ
InnovestX แนะนำ 2 ธีมหลักสำหรับการลงทุน ได้แก่ ธีม Earnings Play ซึ่งหุ้นมีโมเมนตัมกำไรเติบโตใน 1Q69 ทั้ง QoQ และ YoY แนะนำ ADVANC, BCH, BDMS, CENTEL, CHG, CPALL, GULF, PRM, TRUE และ ธีม Dividend Play ซึ่งสร้างกระแสเงินสดและลดความเสี่ยงในพอร์ตลงทุนระยะสั้น โดยเลือกหุ้นที่คาดมีเงินปันผลจ่ายจากกำไรปี 2568 ให้ Yield เกิน 5% และยังไม่ประกาศจ่ายปันผล แนะนำ AP, BAM, KBANK, KTB, PTT, TISCO
สำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้และต้องการเก็งกำไร แนะนำ Trading Idea ดังนี้
- หุ้นที่ต่างชาติถือครองต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตและราคายังไม่สะท้อนพื้นฐาน เช่น BDMS, BEM, BJC, CPN, OR, PTTGC
- หุ้นที่มีสถานะขายชอร์ตสะสมสูงและเริ่มเห็น Cover Short ต่อเนื่อง เช่น CPALL, GPSC, MINT, PTT, TIDLOR, WHA
- หุ้นที่ได้ประโยชน์จากนโยบายเศรษฐกิจของพรรคภูมิใจไทย เช่น กลุ่มธนาคาร (BBL, KTB, KBANK), กลุ่มค้าปลีก (CPN, BJC, TNP), กลุ่มการแพทย์และท่องเที่ยว (BDMS, CENTEL)
- หุ้นที่คาดได้อานิสงส์จากความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง เช่น PTTEP, PTT, TOP, SPRC
Daily Top Picks
BCH: มีปัจจัยกระตุ้นจากปี 2569 คาดกำไรพลิกโต 12% YoY หลังผ่านพ้นจุดต่ำสุดแล้ว ขณะที่ราคาหุ้น YTD ปรับขึ้นเพียง 10% ซึ่งยัง Laggard เมื่อเทียบกับ SET และ HELTH ที่ 21% และ 14% ตามลำดับ มองว่าสะท้อนกำไร 4Q68 ที่คาดอ่อนแอแล้ว และเชื่อว่ามีโอกาสปรับเพิ่มอัตราจ่ายปันผลช่วยหนุนราคาหุ้น เป้าหมายระยะสั้นที่ 11.70 บาท
CPALL: มีปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากฤดูร้อนไทย การขยายเวลาขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และนักท่องเที่ยวต่างชาติมาไทยเพิ่มขึ้น คาดหนุน SSS และกำไร 1Q69 เติบโตดี YoY ส่วน Valuation น่าสนใจเทรด PER 69F ที่ 16 เท่า (ค่าเฉลี่ยกลุ่ม) แต่ปี 2569 คาดกำไรเติบโตดีที่สุดในกลุ่มที่ 11% เป้าหมายระยะสั้นที่ 55.00 บาท



