ธปท. ยืนยัน GULF ถือหุ้น KBANK ยังไม่เกิน 10% ตามเกณฑ์ ไม่ต้องขออนุญาต
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกมาชี้แจงกรณีบริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF รายงานการถือหุ้นธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK ที่ 10.03% ตามเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ว่า ภายใต้หลักเกณฑ์ของ ธปท. การถือหุ้นดังกล่าวยังไม่ถึง 10% จึงไม่จำเป็นต้องขออนุญาตล่วงหน้า ตามพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน
รายละเอียดการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนการถือหุ้น
ตามการรายงานแบบ 246-2 ต่อ ก.ล.ต. เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ มีจำนวนหุ้นธนาคารกสิกรไทย 235,805,000 หุ้น คิดเป็น 10.0298% เพิ่มขึ้นจากเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2568 ที่มี 119,149,900 หุ้น หรือ 5.0288% รวมถึงนางนลินี รัตนาวะดี ที่ถือหุ้น 123,030 หุ้น คิดเป็น 0.0052% ส่งผลให้รวมแล้ว ณ วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 กัลฟ์ ถือหุ้นธนาคารกสิกรไทย 235,928,030 หุ้น คิดเป็น 10.0351% อย่างไรก็ตาม ธนาคารกสิกรไทยแจ้งว่าการเปลี่ยนแปลงนี้ไม่มีผลกระทบต่อนโยบายการดำเนินธุรกิจหรือโครงสร้างการบริหารงานแต่อย่างใด
ความแตกต่างของเกณฑ์การคำนวณระหว่าง ก.ล.ต. และ ธปท.
นางสาววิภาวิน พรหมบุญ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย อธิบายว่า เกณฑ์การนับสัดส่วนการถือหุ้นของ ก.ล.ต. และ ธปท. มีความแตกต่างกัน โดย ก.ล.ต. จะหักหุ้นที่ธนาคารกสิกรไทยจำหน่ายแล้วและซื้อคืนมา (Treasury Stock) ออกจากฐานการคำนวณ ในขณะที่หลักเกณฑ์ของ ธปท. คำนวณจากจำนวนหุ้นที่จำหน่ายแล้วทั้งหมด ดังนั้น การถือหุ้นใน KBANK ของบริษัทกัลฟ์ ยังไม่ถึง 10% ภายใต้เกณฑ์ของ ธปท. และบริษัทได้รายงานการถือหุ้นต่อ ธปท. ตั้งแต่มีการถือหุ้น 5% ของหุ้นที่จำหน่ายแล้วทั้งหมดแล้ว
กฎหมายและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง
ตามพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน กำหนดว่าการถือหุ้นในสถาบันการเงินเกิน 10% ของหุ้นที่จำหน่ายแล้วทั้งหมด ต้องได้รับอนุญาตจาก ธปท. ล่วงหน้า เพื่อป้องกันการเข้ามามีอำนาจครอบงำกิจการของสถาบันการเงิน หลักเกณฑ์ของ ธปท. อนุญาตให้เกิน 10% ได้เฉพาะกรณีที่มีความจำเป็นต่อการเพิ่มความมั่นคงหรือศักยภาพของสถาบันการเงิน หรือการรักษาเสถียรภาพของระบบสถาบันการเงินในภาพรวม หรือกรณีหน่วยงานรัฐที่ถือหุ้นเพื่อรับผลตอบแทนจากการลงทุนโดยทั่วไป
การชี้แจงจากบริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์
บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ชี้แจงต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า การยื่นแบบรายงานการได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์ (แบบ 246-2) ต่อ ก.ล.ต. เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 เกี่ยวกับการได้มาซึ่งหุ้นในธนาคารกสิกรไทยในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นการปฏิบัติตามหน้าที่ตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนที่ ทจ. 28/2554 โดยการคำนวณสัดส่วนสิทธิออกเสียงได้คำนวณจากจำนวนสิทธิออกเสียงทั้งหมดของธนาคารภายหลังหักสิทธิออกเสียงของหุ้นที่ธนาคารซื้อคืน (Treasury Stock) ที่ยังคงค้าง ณ สิ้นเดือนมกราคม 2569 อย่างไรก็ดี การได้มาซึ่งหุ้นดังกล่าวยังไม่เป็นผลให้บริษัทฯ ถือหุ้นเกิน 10% ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด ตามหลักเกณฑ์ของ ธปท. ดังนั้น จึงยังไม่เข้าข่ายต้องขออนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย



