กรุงศรีเผยเศรษฐกิจโลกปี 2569 ฟื้นตัวท่ามกลางความผันผวน แนะปรับพอร์ตลงทุนรับความเสี่ยง
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) จัดสัมมนา KRUGNSRI EXCLUSIVE Investment Outlook 2026: Building Resilient Portfolios in Volatile World โดยผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจและการลงทุนอัปเดตมุมมองเศรษฐกิจโลกและเทรนด์การลงทุนปี 2569 ว่า แม้เริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัว แต่ความเสี่ยงจากภูมิรัฐศาสตร์และปัจจัยเชิงโครงสร้างยังเป็นแรงกดดันสำคัญ พร้อมแนะกลยุทธ์ลงทุนให้น้ำหนักหุ้นมากกว่าตราสารหนี้ และกระจายความเสี่ยง ลดการกระจุกตัวในหุ้นเทคฯใหญ่ของสหรัฐฯ
เศรษฐกิจโลกปี 2569: โตได้แต่ไม่ง่าย ท่ามกลางการแบ่งขั้วและความขัดแย้ง
พิมพ์นารา หิรัญกสิ หัวหน้าทีมวิจัยเศรษฐกิจ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ฉายภาพเศรษฐกิจโลกปี 2569 ว่าเติบโตใกล้เคียงปีก่อน แต่เผชิญบริบท "ระเบียบโลกใหม่" ที่เต็มไปด้วยการแบ่งขั้วทางสังคมและการเมือง ความเสี่ยงระยะสั้นมาจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์เป็นหลัก รองลงมาคือปัญหาข้อมูลบิดเบือนและความแตกแยกทางสังคม ส่วนความเสี่ยงระยะยาวใน 10 ปีข้างหน้าจะโยงกับปัญหาสิ่งแวดล้อมและสภาพภูมิอากาศสุดขั้ว
สำหรับเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังเติบโตโดดเด่นจากเม็ดเงินลงทุนใน AI นโยบายการคลัง และโอกาสที่ Fed จะลดดอกเบี้ยช่วงกลางปี แต่สหรัฐฯ กลายเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของโลกจากนโยบายกีดกันทางการค้า การขึ้นภาษีนำเข้า และความพยายามควบคุมจุดยุทธศาสตร์ต่างๆ ยุโรปยังทรงตัวด้วยภาคบริการประคับประคอง แต่ภาคการผลิต–ส่งออกอ่อนแรง ญี่ปุ่นได้แรงหนุนจากการท่องเที่ยว แต่เสี่ยงจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์กับจีนที่กระทบห่วงโซ่อุปทานแร่หายาก ขณะที่จีนเผชิญความท้าทายรอบด้าน ทั้งการชะลอตัวของภาคการผลิตและบริการ วิกฤตอสังหาริมทรัพย์ซบเซา โครงสร้างประชากรสูงวัย และหนี้สินรัฐบาลท้องถิ่นสะสม
เศรษฐกิจไทยปี 2569 ชะลอจากปีก่อน แม้มีแรงหนุนจากการท่องเที่ยวและดิจิทัล
เศรษฐกิจไทยปี 2569 มีแนวโน้มเติบโตชะลอลงจากปีก่อน แม้มีแรงหนุนจากภาคการท่องเที่ยวและการลงทุนในอุตสาหกรรมดิจิทัล-ดาต้าเซ็นเตอร์ที่ยังเติบโตโดดเด่น แต่ยังเผชิญแรงกดดันจากการส่งออก ปัญหาหนี้ครัวเรือนระดับสูง และการเข้าสู่สังคมสูงวัยขั้นสุดยอด (Super-aged society) ซึ่งเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ต้องเร่งแก้ไข
แนะรีวิวพอร์ตทุก 3 เดือน รับเศรษฐกิจฟื้น ชูหุ้นเกิดใหม่เด่นปี 69
David Chao, Global Market Strategist, Asia Pacific ex Japan, Invesco แนะนำให้นักลงทุนทบทวนพอร์ตทุก 3 เดือนผ่าน 3 ขั้นตอน ได้แก่
- ประเมินภาพเศรษฐกิจมหภาค: เศรษฐกิจโลกปี 2569 แข็งแกร่งและยืดหยุ่นกว่าที่ประเมิน ความกังวลเรื่องภาษีการค้ากดดันเงินเฟ้อไม่ได้เกิดขึ้นจริง เศรษฐกิจกำลังก้าวออกจากภาวะชะลอตัวเข้าสู่วัฏจักรฟื้นตัวชัดเจน ปัจจัยสำคัญคือทิศทางค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่มีมูลค่าแพงเกินไปและมีแนวโน้มอ่อนค่าลงจาก Fed ลดดอกเบี้ยและความตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์ผ่อนคลาย โดยเฉพาะความสัมพันธ์สหรัฐฯ-จีนที่กลับสู่ภาวะปกติ ช่วยหนุนภูมิภาคเอเชียและเศรษฐกิจไทย
- กำหนดธีมการลงทุน: เมื่อเศรษฐกิจมหภาคฟื้นตัวและรายได้แท้จริงสูงขึ้น ธีมการลงทุนเปลี่ยนจากการเติบโตกระจุกตัวในหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ ไปสู่การกระจายโอกาสในวงกว้างมากขึ้น โดยเฉพาะตลาดเกิดใหม่ที่ได้ประโยชน์จากการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐฯ ธนาคารกลางท้องถิ่นอัดฉีดสภาพคล่อง และราคาน้ำมันดิบทรงตัวระดับต่ำ
- จัดสรรสินทรัพย์ให้เหมาะสม: กลยุทธ์จัดพอร์ตปี 2569 ควรให้น้ำหนักไปที่หุ้นมากกว่าตราสารหนี้ และหลีกเลี่ยงพันธบัตรรัฐบาลระยะยาวเพราะหากเงินเฟ้อแฝงจากเศรษฐกิจฟื้นตัว อัตราดอกเบี้ยขยับขึ้นจะทำให้ราคาพันธบัตรลดลง สำหรับตลาดหุ้น แนะนำปรับสมดุลพอร์ตโดยกระจายความเสี่ยงออกจากหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ ขนาดใหญ่ โยกเม็ดเงินเข้าหุ้นขนาดกลางและเล็กที่เน้นการเติบโต หุ้นกลุ่มวัฏจักร และเพิ่มน้ำหนักในหุ้นตลาดเกิดใหม่รวมถึงไทยและเอเชีย หากลงทุนในธีมเทคโนโลยีหรือ AI ควรพิจารณากระจายไปหุ้นกลุ่ม China AI ของจีนที่เน้นการประยุกต์ใช้เชิงพาณิชย์
กรุงศรีแนะกลยุทธ์จัดพอร์ตด้วยกองทุน Flagship ผ่านธีม A.L.P.H.A.
วิรัตน์ วิทยศรีธาดา, CFA ผู้บริหารฝ่ายกลยุทธ์และที่ปรึกษาการลงทุน ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ประเมินตลาดหุ้นปีนี้ว่ายังมีปัจจัยบวกจากเศรษฐกิจเติบโตดี ดอกเบี้ยขาลง ผลประกอบการแข็งแกร่ง และเม็ดเงินลงทุนใน AI สูง แต่ตลาดยังเสี่ยงเรื่อง Valuation ตึงตัว การหมุนกลุ่มลงทุนจากความกังวล AI นโยบายของโดนัลด์ ทรัมป์ และท่าที Fed ที่ผ่อนคลายช้ากว่าคาด กรุงศรีแนะกลยุทธ์จัดพอร์ตโดยมี Global Equity เป็นแกนหลักและหาจังหวะลงทุนระยะสั้นในตลาด Non-US พร้อมเสนอกองทุน Flagship ผ่านธีม A.L.P.H.A. ได้แก่
- Asset Stability ผ่านกองทุนตราสารหนี้ KF-CSINCOME
- Long-term AI Theme ผ่านกองทุนหุ้นเทคโนโลยีทั่วโลก KFHTECH-A
- Portfolio Rebalancing ผ่านกองทุน KF-GEI-A เพื่อปรับสมดุล
- Hands-on Allocation ด้วยกองทุน KFGDB-A ที่ปรับพอร์ตยืดหยุ่น
- Active Selection ผ่านกองทุน KKP GNP-H ที่เน้นคัดเลือกหุ้นศักยภาพสูงระยะยาว
สำหรับกองทุน KF-GEI-A ในธีม Portfolio Rebalancing Mr. Ken Lin, CFA, CAIA, Managing Director, Invesco เผยกลยุทธ์เน้นเฟ้นหาบริษัทระดับผู้นำที่มีกระแสเงินสดแข็งแกร่ง และไม่ไล่ราคาหุ้นเทคโนโลยีที่ Valuation แพงเกินไป วิรัตน์มองว่ากลยุทธ์นี้ช่วยสร้างสมดุลพอร์ตได้ดี เพราะ 70-100% ของกองทุนลงทุนในหุ้น "Dividend Compounder" ที่จ่ายปันผลเติบโตสม่ำเสมอ และมีสัดส่วนหุ้นเทคน้อยกว่าตลาดช่วยลดความผันผวน ตั้งแต่ต้นปีที่ตลาดเทขายหุ้นเทคโนโลยีหนัก กองทุนนี้แทบไม่ได้รับผลกระทบและทำผลตอบแทนบวกสวนทางตลาด
ส่วนกองทุน KFGDB-A ในธีม Hands-on Allocation Mr. Kelvin Lam, CAIA, Managing Director, Allianz Global Investors เจาะลึกความน่าสนใจในฐานะกองทุนประเภท Dynamic Asset Allocation ที่ครอบคลุมหุ้น ตราสารหนี้ ทองคำ และสินทรัพย์ทางเลือก จุดเด่นคือการปรับพอร์ตเชิงรุก เช่น ถือเงินสดสูง 30% ในยามวิกฤต หรือสับเปลี่ยนไปลงทุนในหุ้นตลาดเกิดใหม่และทองคำเมื่อมีจังหวะเหมาะสม วิรัตน์เสริมว่าการเลือกลงทุนผ่าน Euro Share Class ช่วยลดต้นทุนการป้องกันความเสี่ยงค่าเงินได้อย่างมีนัยสำคัญ



