ทีทีบี ขยายโครงการซื้อหุ้นคืนเป็น 35,000 ล้านบาท จนถึงปี 2571 พร้อมจ่ายปันผล 60%
ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ ทีทีบี ได้ประกาศแผนการขยายโครงการซื้อหุ้นคืนเพิ่มเติม โดยเพิ่มเพดานวงเงินรวมจากเดิม 21,000 ล้านบาท เป็น 35,000 ล้านบาท และขยายระยะเวลาจนถึงปี 2571 พร้อมทั้งขออนุมัติการจ่ายเงินปันผลประจำปี 2568 ที่อัตรา 60% ของกำไรสุทธิ ซึ่งเท่ากับปีก่อนหน้า เพื่อเพิ่มผลตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่อง
รายละเอียดโครงการซื้อหุ้นคืนครั้งที่ 3
จากการประชุมคณะกรรมการธนาคารเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 ทีทีบีได้รับอนุมัติให้ดำเนินโครงการซื้อหุ้นคืนครั้งที่ 3 ต่อเนื่อง โดยจะใช้วงเงินส่วนที่เหลือจากโครงการครั้งที่ 1 และ 2 มูลค่า 9,614 ล้านบาท เริ่มซื้อหุ้นคืนตั้งแต่วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 ถึงวันที่ 19 สิงหาคม 2569 ผ่านระบบซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์ด้วยวิธีจับคู่อัตโนมัติ
นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีทีบี เปิดเผยว่า โครงการซื้อหุ้นคืนครั้งที่ 2 สามารถทำได้เร็วกว่ากำหนดเดิม ส่งผลให้สามารถเลื่อนระยะเวลาของทั้งโครงการจากภายในปี 2570 มาดำเนินการได้ภายในปี 2569 ภายใต้วงเงินรวม 21,000 ล้านบาท
การจ่ายเงินปันผลและผลกระทบต่อผู้ถือหุ้น
ทีทีบีจะนำเรื่องการจ่ายเงินปันผลประจำปี 2568 ในอัตรา 60% ไปขออนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นสามัญประจำปี (AGM) ในวันที่ 21 เมษายน 2569 โดยอัตราเงินปันผลในเบื้องต้นจะอยู่ในช่วง 0.068-0.071 บาทต่อหุ้น เมื่อรวมกับเงินปันผลระหว่างกาลที่จ่ายไปแล้วในเดือนตุลาคม 2568 ในอัตรา 0.066 บาท จะรวมเป็นอัตราเงินปันผลของทั้งปี 2568 ที่ประมาณ 0.134-0.137 บาท เพิ่มขึ้นจากอัตรา 0.13 บาท ในปี 2567
นี่หมายถึงอัตราผลตอบแทนเงินปันผล (Dividend Yield) ในระดับสูงที่ประมาณ 6-7% ซึ่งธนาคารจะแจ้งอัตราเงินปันผลที่เป็นอัตราสุดท้ายในวันที่ 31 มีนาคม 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลเป็นเงินสดในวันที่ 20 พฤษภาคม 2569
สถานะเงินกองทุนที่แข็งแกร่งและแผนการขยายโครงการ
จากการประมาณการระดับเงินกองทุนภายหลังการดำเนินโครงการซื้อหุ้นคืนและจ่ายเงินปันผล พบว่าอัตราส่วนเงินกองทุนรวมต่อสินทรัพย์เสี่ยง (CAR) ยังคงอยู่ในระดับสูงที่มากกว่า 19% ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำของธนาคารแห่งประเทศไทยที่กำหนดไว้ที่ 12.0% อย่างมีนัยสำคัญ
สถานะเงินกองทุนที่แข็งแกร่งประกอบกับระดับกำไรสุทธิที่ยังไม่ได้จัดสรรซึ่งอยู่ในระดับสูงที่ประมาณ 12,300 ล้านบาท เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับแผนการบริหารส่วนทุน (Capital Management) และเป็นที่มาของการขยายโครงการซื้อหุ้นคืนเป็นวงเงิน 35,000 ล้านบาท และขยายเวลาโครงการจาก 3 ปี เป็น 4 ปี ครอบคลุมปี 2568-2571
มุมมองจากบริษัทหลักทรัพย์และผลกระทบต่อตลาด
บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) มีมุมมองในเชิงบวกต่อการประกาศจ่ายเงินปันผลที่สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ และการขยายกรอบวงเงินและระยะเวลาของโครงการซื้อหุ้นคืน ซึ่งส่งผลให้อัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 7.9% จากเดิม 7.6% และราคาเป้าหมาย (Target Price) ปีนี้อยู่ที่ 2.2 บาท จากเดิม 1.9 บาท
อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงคำแนะนำ NEUTRAL เนื่องจากในปี 2569-2570 มีโอกาสที่เงินปันผลต่อหุ้น (DPS) และ ROE อาจปรับลดลงตามผลประกอบการที่มีแนวโน้มลดลง แต่ทีทีบียังคงมี dividend yield ที่ 5-6% ต่อปีและโครงการซื้อหุ้นคืนต่อในอนาคต ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุน



