นักลงทุนรวยขึ้น 1.2 ล้านล้านบาท หลังเลือกตั้งหุ้นไทยพุ่ง 6.4% โครงสร้างตลาดดีขึ้น
นักลงทุนรวยขึ้น 1.2 ล้านล้านบาท หลังเลือกตั้งหุ้นไทยพุ่ง (13.02.2026)

นักลงทุนรวยขึ้น 1.2 ล้านล้านบาท หลังเลือกตั้งหุ้นไทยพุ่ง 6.4% โครงสร้างตลาดดีขึ้น

หลังการเลือกตั้ง ตลาดหุ้นไทยแสดงผลตอบแทนเชิงบวกอย่างน่าประทับใจ โดยปรับตัวขึ้นมาแรงถึง 6.4% เมื่อวัดจากต้นสัปดาห์จนถึงปัจจุบัน ส่งผลให้มูลค่าทรัพย์สินของนักลงทุนเพิ่มสูงขึ้นถึง 1.2 ล้านล้านบาท ตามการวิเคราะห์ของบล.เอเชีย พลัส แม้ปัจจัยภายนอกยังคงมีความผันผวน แต่โครงสร้างตลาดหุ้นไทยดูดีขึ้นอย่างชัดเจน

โครงสร้างตลาดดีขึ้น มูลค่าซื้อขายกลับมาหนาแน่น

ตลาดหุ้นไทยกลับมามีขนาดใหญ่กว่าตลาดตราสารหนี้อีกครั้ง ขณะที่มูลค่าซื้อขายเฉลี่ยกลับมาหนาแน่นที่ 5.15 หมื่นล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้น 28% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ระดับนี้ถือว่าพอเพียงที่จะหล่อเลี้ยงให้ตลาดเดินหน้าต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในด้านการประเมินมูลค่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังคงอยู่ในระดับที่ค่อนข้างแพง โดยมีอัตราการเติบโตของกำไรต่อหุ้นคาดการณ์ไว้ที่ 12.8% และอัตราส่วนราคาต่อกำไรคาดการณ์อยู่ที่ 21.8 เท่า ตลาดกำลังอยู่ในช่วงปรับฐาน ท่ามกลางความกังวลเรื่องฟองสบู่ AI จากการที่บริษัทเทคโนโลยีใหญ่เร่งลงทุนใน AI และโครงสร้างพื้นฐานอย่างมหาศาล แต่กำไรที่เติบโตไม่ทันเงินทุนที่ลงไป

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ความกังวล AI และปัจจัยเศรษฐกิจสหรัฐฯ

นอกจากนี้ ยังมีกระแสความกังวลว่า AI อาจเข้ามาลดบทบาทของนายหน้าและทำลายอัตรากำไรในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น โลจิสติกส์ นายหน้าประกันภัย ผู้จัดการความมั่งคั่ง และอสังหาริมทรัพย์ พร้อมกันนี้ ต้องจับตาสัญญาณเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ชะลอตัวลง ซึ่งปัจจัยเหล่านี้กำลังหนุนให้เม็ดเงินไหลเข้าสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างพันธบัตร จนกดดันให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตร 10 ปีของสหรัฐฯ ร่วงลงต่อเนื่อง ใกล้แตะระดับ 4% ขณะที่ราคาน้ำมันดิบโลกยังมีแรงผลักและปัจจัยกดดันสำหรับประเทศไทย

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ไทม์ไลน์จัดตั้งรัฐบาลและสถิติหุ้นหลังเลือกตั้ง

สำหรับไทม์ไลน์การจัดตั้งรัฐบาลในปี 2569 คาดว่าจะได้คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ถวายสัตย์ปฏิญาณ และแถลงนโยบาย เพื่อเริ่มบริหารงานจริงในช่วงเดือนมิถุนายน 2569 เมื่อพิจารณาจากสถิติหุ้นไทยกับการเลือกตั้งย้อนหลัง 6 ครั้ง พบว่า 1 เดือนหลังเลือกตั้ง หุ้นมักจะไปต่อด้วยอัตราผลตอบแทนเฉลี่ย +2.5% ถึง +2.6% โดยมีโอกาสเกิดที่ 67%

หากการจัดตั้งรัฐบาลมีความแข็งแกร่ง โดยมีพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำด้วยเสียงสนับสนุน 193 เสียง และไม่มีวิกฤตภายนอกแทรกซ้อน ตลาดหุ้นมีโอกาสตอบรับเชิงบวกสูง โดยให้ผลตอบแทนเฉลี่ยในช่วงรอรัฐบาลใหม่ประมาณ 7.8%

กลยุทธ์การลงทุนแนะนำ

บล.เอเชีย พลัส แนะนำกลยุทธ์การลงทุน LET PROFIT RUN พร้อมกับแบ่งเงินมาซื้อหุ้นแถว 2 ที่มีโอกาสเติบโตยังเปิดกว้างเกิน 20% ตัวอย่างหุ้นที่แนะนำ ได้แก่ SJWD, PR9, BEM, BDMS, MTC, PLANB, AP, TIDLOR, และ GPSC เป็นต้น

โดยรวมแล้ว ตลาดหุ้นไทยกำลังอยู่ในช่วงฟื้นตัวหลังการเลือกตั้ง ด้วยโครงสร้างตลาดที่แข็งแกร่งขึ้นและแนวโน้มเชิงบวกจากปัจจัยภายใน นักลงทุนควรติดตามพัฒนาการอย่างใกล้ชิดเพื่อวางแผนการลงทุนที่เหมาะสม