กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเร่งตรวจสอบบริษัทนอมินี 117,496 ราย หลังพบต่างชาติร่วมทุน 12 จังหวัดเป้าหมาย
กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ประกาศเดินหน้าตรวจสอบบริษัทนอมินีอย่างเข้มข้นต่อเนื่องในปี 2569 โดยพุ่งเป้าไปที่บริษัทที่มีคนต่างชาติร่วมลงทุนกับคนไทยจำนวนมาก ซึ่งมีแนวโน้มใช้คนไทยถือหุ้นแทนเพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมาย
ข้อมูลเชิงลึกและเป้าหมายการตรวจสอบ
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีบริษัทคงอยู่ทั้งหมด 778,457 ราย ในจำนวนนี้มีบริษัทที่มีชาวต่างชาติร่วมลงทุนกับคนไทยอยู่ 121,096 บริษัท โดยในกลุ่มนี้มีบริษัทที่ต่างชาติร่วมทุนตั้งแต่ 0.01-49.99% มากถึง 117,496 บริษัท คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 97% ของบริษัทที่มีต่างชาติร่วมลงทุนทั้งหมด
ที่น่าสนใจคือ ในจำนวน 117,496 บริษัทนี้ มีบริษัทถึง 109,046 รายที่ตั้งอยู่ใน 12 จังหวัดเป้าหมาย ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ชลบุรี สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต สมุทรปราการ เชียงใหม่ ปทุมธานี ประจวบคีรีขันธ์ นนทบุรี สมุทรสาคร ระยอง และกระบี่ ส่วนอีก 8,450 บริษัทกระจายอยู่ในจังหวัดอื่นๆ ทั่วประเทศ
มาตรการตรวจสอบและบทลงโทษ
กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะดำเนินการตรวจสอบอย่างเข้มข้นแบบพุ่งเป้า โดยเน้นไปที่สำนักงานบัญชีและสำนักงานทนายความทุกแห่ง ที่มีชื่อเป็นกรรมการหรือผู้ถือหุ้นร่วมกับชาวต่างชาติตั้งบริษัทในลักษณะนอมินี โดยไม่ร่วมลงทุนจริง นอกจากนี้ยังจะตรวจสอบนิติบุคคลที่ถือครองที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ โดยใช้คนไทยถือหุ้นแทน ซึ่งเบื้องต้นมีบริษัทในกลุ่มนี้ถึง 21,459 ราย
นอกจากนี้ กรมจะตรวจสอบบัญชีและงบการเงินของบริษัทกลุ่มเสี่ยงนอมินีอย่างละเอียด และส่งข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อ หากพบการกระทำความผิด จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับตั้งแต่ 100,000 ถึง 1 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาและความคืบหน้า
สำหรับปีที่ผ่านมา กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ตรวจสอบและส่งข้อมูลให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงินจำนวน 357 ราย ส่งให้กรมสรรพากรตรวจสอบต่ออีก 3,634 ราย และส่งเรื่องนิติบุคคลเข้าข่ายทำผิด 11 รายให้กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว
มาตรการป้องกันและช่องโหว่ใหม่
ส่วนการบังคับใช้มาตรการเข้ม 4 คำสั่ง 2 ประกาศสำหรับการจดทะเบียนนิติบุคคล ที่เริ่มวันที่ 1 มกราคม 2569 เพื่อป้องกันการจัดตั้งบริษัทใหม่แล้วนำไปใช้เปิดบัญชีม้านิติบุคคล เพื่อหลอกลวงประชาชนนั้น สำนักงานตำรวจแห่งชาติแจ้งว่า จากข้อมูลการจัดตั้งบริษัทใหม่วันที่ 1 มกราคม ถึง 15 กุมภาพันธ์ 2569 พบตั้งบริษัทใหม่แล้วนำไปเปิดบัญชีม้านิติบุคคลเพียง 1 บริษัท เทียบกับปี 2568 ที่พบมากถึง 549 บริษัท
อย่างไรก็ตาม จากการเข้มงวดดังกล่าว ผู้ไม่สุจริตกลับใช้ช่องโหว่อื่นได้อีก เช่น ซื้อหัวบริษัท จากเจ้าของที่ไม่ทำธุรกิจต่อแล้วนำมาหลอกลวงประชาชน ซึ่งกรมจับตาดูอย่างใกล้ชิด กำกับดูแล และป้องกันแล้ว เพื่อปิดกั้นโอกาสที่มิจฉาชีพจะดำเนินการที่ไม่สุจริตผ่านช่องโหว่ที่มีอยู่ รวมไปถึงช่องโหว่อื่นๆ
คำเตือนสำคัญจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
กรมพัฒนาธุรกิจการค้าฝากเตือนเจ้าของบริษัทที่ไม่ได้ทำธุรกิจต่อแล้วประกาศขายหัวบริษัททางสื่อสังคมออนไลน์ ให้ใช้ความระมัดระวังให้มาก มิฉะนั้นอาจตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ และอาจมีความผิดไปด้วย เนื่องจากหัวบริษัทอาจถูกนำไปใช้ในกิจกรรมที่ผิดกฎหมายโดยไม่รู้ตัว



