ตายก่อนเจริญ! ธุรกิจรายย่อยเจอพิษรถไฟฟ้าสายสีส้ม วอนผู้ว่าฯ กทม.ช่วย
ตายก่อนเจริญ! ธุรกิจรายย่อยเจอพิษรถไฟฟ้าสายสีส้ม

การก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ของรัฐ โดยเฉพาะรถไฟฟ้าสายต่างๆ ในกรุงเทพฯ ยังไม่มีกฎระเบียบใดที่จะช่วยเยียวยาธุรกิจขนาดเล็ก หรือร้านค้ารายย่อย ที่ตั้งอยู่ตามแนวก่อสร้างและได้รับผลกระทบรุนแรง ทำให้ธุรกิจเหล่านี้ ทยอยปิดตัวก่อนที่โครงการก่อสร้างจะแล้วเสร็จ

ร้านค้าร่วงโรยบนถนนเพชรบุรี

ผู้ค้ารายย่อยบนถนนเพชรบุรี ใกล้แยกราชเทวี พาทีมข่าวสำรวจร้านค้าที่ทยอยปิดตัวลง ซึ่งเป็นผลกระทบจากการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้ม ตั้งแต่ต้นปี 2568 เป็นต้นมา

“แต่ก่อนแถวนี้ขายดีค่ะ อย่างร้านมาดีนาห์ (ร้านอาหาร) ก็ 10 กว่าปีแล้วค่ะ ตอนนี้ปิดไปแล้ว เพิ่งมาปิดตอนก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้ม เพราะเขาบอกว่าเปิดไปก็ไม่คุ้มค่ะ” อานีซะห์ ลาเตะ เจ้าของร้านอาหารและโฮสเทลในพื้นที่ กล่าว พร้อมพาไปดูร้านค้าต่างๆ ที่ปิดตัวลง หลังจากการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้ม เข้ามาถึงถนนเพชรบุรี ช่วงแยกราชเทวี

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

เธอระบุว่า ร้านค้าที่ยังฝืนเปิดอยู่ ก็ตกอยู่ในสภาพไม่ต่างกัน คือแทบไม่มีลูกค้า เพราะตรงนี้มีการปิดพื้นที่จนเหลือทางเดินแคบๆ ที่เดินสวนกันก็ยังต้องเบี่ยงตัวหลบ ซ้ำยังมีฝุ่นจากการก่อสร้าง ทำให้ลูกค้าไม่เดิน ส่วนร้านของเธอซึ่งเป็นร้านอาหารและมีโฮสเทลให้เช่า 2 ห้อง ตกอยู่ในสภาพเงียบเหงาตลอดทั้งวัน มีเพียงเสียงเครื่องจักรจากการก่อสร้าง และเสียงแรงงานชาวเมียนมาที่กำลังทำงานก่อสร้างบริเวณนั้น ที่มากลบความเงียบ

ฝุ่นและเสียงรบกวนทำลูกค้าหาย

“ไม่มีลูกค้า ถ้าร้านหนู ปกติเวลานี้ (ช่วงเที่ยง) คนจะเยอะ ของหนูจะได้ลูกค้าต่างชาติ ซึ่งต้องตกอยู่ในสภาพแบบนี้ ตั้งแต่ก่อนปีใหม่ปี 68 ก็เริ่มจะเป็นสภาพที่แบบว่ามีแต่ฝุ่น เดือนที่แล้วน้องที่ร้านไม่สบายเพราะฝุ่นเยอะจริงๆ ค่ะ แล้วแต่ละวันมีแต่เสียงปึง ปึง ปึง อุปกรณ์ที่ต้องเจาะเข้าไป”

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

เธอบอกว่า ไม่ได้ปฏิเสธความเจริญ แต่ถ้ามาก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่แบบนี้ และส่งผลกระทบกับธุรกิจขนาดเล็กเหมือนพวกเธอ อยากให้ช่วยมาดูแล หรือพยุงธุรกิจเล็กๆ เหล่านี้ ให้อยู่ได้ จนกระทั่งโครงการเสร็จ และความเจริญมาถึง “ก็ยังไม่มีเรื่องของหน่วยงานที่เข้ามาพูดถึงขายได้ไหม มีความเสียหายตรงไหนบ้าง รายได้ลดลงไปเท่าไหร่ค่ะ เสียงของชาวบ้านค่ะ ไม่ค่อยดังสักเท่าไหร่ แล้วไม่มีระเบียบที่ชัดเจนพอว่า มีการช่วยเหลือเราค่ะ”

เธอเสริมว่า เคยถามบริษัทก่อสร้างถึงผลกระทบต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับคนและธุรกิจในแนวก่อสร้าง ก็ให้ไปคุยกับเจ้าของโครงการ เมื่อโทรศัพท์ถามการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนฯ ก็ได้รับคำตอบว่าไม่มีนโยบายช่วยเหลือธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ

ร้านอาหารไทยไร้ลูกค้า ต้องกู้หนี้ยืมสิน

อานีซะห์ พาทีมข่าวไปยังร้านอาหารอีกร้าน ซึ่งสภาพไม่แตกต่างจากร้านอื่นๆ คือไม่มีลูกค้าเลย แม้จะเป็นช่วงเวลาพักเที่ยง “เราเช่านะ ไม่ใช่บ้านเอง เดือนละ 25,000 บาท เช่ามาหลายปีแล้ว แต่ก่อนลูกค้าเยอะ ไม่เคยได้นั่งพัก แต่ทุกวันนี้ นานๆ จะมีลูกค้ามาเข้า บางวันผมถึงกับนอนรอลูกค้าเลย ปกติไม่เคยนอน เครียดเลย ต้องกู้เงินเขาเลย หาเงิน หาวุ่นไปหมดเลย จ่ายค่าเช่าบ้าน ปวดหัวและเครียด” มะรอยี สาและ เจ้าของร้านอาหารไทยที่เปิดขายมานานแล้วตรงแยกราชเทวี ระบายให้ฟัง

ตั้งแต่การเริ่มก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงต้นปี 2568 เป็นต้นมา ลูกค้าร้านอาหาร ส่วนใหญ่จะเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็นมาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ โดยลูกค้าจะมาเยอะช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ แต่ทุกวันนี้ ไม่มาแล้ว เพราะรถแท็กซี่ก็ไม่มาส่ง เนื่องจากเข้าพื้นที่ตรงนี้ลำบาก

“เคยคุยกับพวกคนคุมโครงการก่อสร้าง เขาก็ให้ไปแจ้งตรงพระราม 9 (สำนักงานเจ้าของโครงการ) แต่ยังไม่เคยไปคุย ไม่รู้อยู่ตรงไหน แต่ตอนไหนไม่ไหว อยากไปคุย เพราะไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าร้านแล้ว” มะรอยี ทิ้งท้าย อยากให้เจ้าของโครงการมาช่วยเหลือธุรกิจรายย่อยที่เดือดร้อนด้วย

ร้านแว่นตาเก่าแก่ รายได้หาย 75%

ทีมข่าวพูดคุยกับร้านแว่นตาเก่าแก่แยกราชเทวี ซึ่งได้รับผลกระทบอย่างหนัก ลูกค้าเก่าไม่เข้ามา เพราะเดินทางมาลำบาก ลูกค้าใหม่ไม่มีอยู่แล้ว เพราะอยู่ในจุดก่อสร้างที่ดูเหมือนไม่น่ามีร้านค้าใดๆ ตั้งอยู่

“ลูกค้าเราส่วนใหญ่เป็นลูกค้าประจำ แม้แต่ลูกค้าประจำตอนนี้มายังลำบากเลย เขาบอกพอบอกว่าจะมา แต่ลูกไม่ยอมพามามั่ง เดินทางลำบาก เรียกรถแท็กซี่ไม่มี เข้ามายาก” ฉัตรพร เกษมประศาสน์พร เจ้าของร้านแว่นตา เล่าถึงความยากลำบากที่กำลังเกิดขึ้น ส่วนรายได้ก็หายไปเกินครึ่ง “สมมติว่าจากเดิมเคยขายได้เดือนหนึ่งหลายแสน หายไปครึ่งหนึ่ง บางทีหายไป 75 เปอร์เซ็นต์ด้วย มันๆ แบบไม่พอค่าใช้จ่าย ตอนนี้ระยะเวลาถ้ามันไม่นาน ปีสองปีไม่ว่า แต่นี่โครงการเขาบอกเราประมาณ 5 หรือ 6 ปี ซึ่งเป็นผลกระทบระยะยาว”

นอกจากนี้ ฝุ่นและแรงสั่นสะเทือนจากการก่อสร้าง ยังส่งผลต่อสุขภาพ และสุขภาพจิตของทุกคนในบ้าน “ก็อยากขอความช่วยเหลือ เพราะระยะเวลามันนาน ก็อยากให้ช่วยค่าเสียหายรายรับของเราหายไป ต้องมาช่วย เพราะรายจ่ายเราแน่นอน มันไม่หาย” ฉัตรพร วิงวอน เจ้าของโครงการให้เข้ามาดูแลผู้ได้รับผลกระทบ

5 ปีแห่งความทรมาน ธุรกิจรายย่อยใกล้หมดแรง

รถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์-ศูนย์วัฒนธรรมฯ เริ่มสร้างปลายปี 2567 ระยะเวลาก่อสร้าง 5 ปี กำหนดแล้วเสร็จปี 2573 แต่เพิ่งผ่านไปเพียงแค่ปีเดียว แต่ธุรกิจรายเล็กตรงแยกราชเทวี ได้รับผลกระทบอย่างหนัก บางร้านแบกรับต้นทุนไม่ไหว ทยอยปิดกิจการไปแล้ว

แม้บ้านเราจะยังไม่มีกฎระเบียบเพื่อช่วยเหลือเยียวยาธุรกิจรายเล็ก ที่ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ แต่มีตัวอย่างใน 2 ประเทศ คือสหรัฐอเมริกา โครงการรถไฟฟ้าใต้ดินแอลเอ เมโทร ในลอสแอนเจลีส มีการตั้งกองทุนเพื่อเยียวยาธุรกิจรายย่อยที่ได้รับผลกระทบ และยังมีโครงการรถไฟความเร็วสูงในสหราชอาณาจักร ก็ตั้งกองทุนเพื่อเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบเหมือนกัน

เจ้าของธุรกิจรายย่อยเหล่านี้ จึงอยากให้กรุงเทพมหานคร ในฐานะเจ้าของพื้นที่ โดยเฉพาะผู้ว่าฯ กทม. คนใหม่ เข้ามาดูแล และช่วยประสานกับเจ้าของโครงการว่า จะหาทางช่วยเหลืออย่างไร เพื่อพยุงให้ธุรกิจขนาดเล็กเหล่านี้ ยังเดินหน้าต่อไปได้ จนถึงวันที่การก่อสร้างแล้วเสร็จ เพราะเสียงของพวกเขา อาจแผ่วเบาจนเจ้าของโครงการไม่ได้ยิน