ครม.พิจารณาโอนรถไฟฟ้าทุกสายให้รฟม.บริหาร สู่ตั๋วร่วม 40 บาท
วันที่ 1 มิถุนายน 2569 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงความคืบหน้าการผลักดันนโยบายตั๋วร่วมว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 2 มิถุนายนนี้ กระทรวงคมนาคมเตรียมเสนอวาระเพื่อทราบเกี่ยวกับแนวทางการโอนสิทธิการบริหารจัดการโครงการรถไฟฟ้าทุกสีทุกสาย มาอยู่ภายใต้การบริหารของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) หรือแนวคิดการบริหารรถไฟฟ้ารายเดียว (Single Ownership) นำไปสู่การบริหารจัดการระบบรถไฟฟ้าร่วมกัน รองรับนโยบายตั๋วร่วม
“กระทรวงฯ อยู่ระหว่างหารือแนวทางการบริหารจัดการสิทธิ และอำนาจในการดำเนินงานบางส่วนของโครงการรถไฟฟ้า โดยจะให้กรุงเทพมหานคร (กทม.) โอนสิทธิในการบริหารบางด้านให้แก่ รฟม. เพื่อให้สามารถบริหารจัดการโครงการในภาพรวมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการทำราคาค่าโดยสารร่วม ดังนั้น แนวคิดนี้ต้องเสนอให้ ครม. เห็นชอบในหลักการก่อน เพื่อกำหนดกรอบการดำเนินงานร่วมกันของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง”
ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงคมนาคมเพิ่มเติมว่า ในการประชุม ครม. วันที่ 2 มิถุนายน กระทรวงคมนาคมจะเสนอหลักการจัดทำ Single Ownership ให้ ครม. พิจารณาอนุมัติ โอนย้ายโครงการรถไฟฟ้าในส่วนของ กทม. และแก้สัญญากับเอกชนให้ย้ายมาอยู่ในความรับผิดชอบของ รฟม. เป็นเจ้าของ หาก ครม. รับทราบก็จะนำมาสู่การเริ่มต้นเจรจากับเอกชนคู่สัญญา เจรจากับ กทม. เพื่อโอนสิทธิบริการรถไฟฟ้ามายัง รฟม. ทั้งหมด ซึ่งกระทรวงคมนาคมยืนยันว่าแนวทางเหล่านี้จะไม่ใช้เงินงบประมาณ ไม่กระทบหนี้สาธารณะ แต่จะเป็นการเปลี่ยนแปลงสัญญาสัมปทาน จากเดิม กทม. เป็นคู่สัญญากับภาคเอกชน มาเป็น รฟม. ถือสิทธิและเป็นคู่สัญญาแทน
“แนวทางการโอนสิทธิบริหารมาเป็นของ รฟม. จะเป็นจุดเริ่มต้นในการทำราคาค่าโดยสารแบบตั๋วร่วม ซึ่งรัฐบาลมีเป้าหมายทำเรื่องนี้ให้สำเร็จภายในปีนี้ และประกาศใช้ค่าโดยสารใหม่เริ่มต้น 40 บาทตลอดวัน เป็นของขวัญปีใหม่ให้ประชาชนในวันที่ 1 มกราคม 2570”
สัญญาโครงการรถไฟฟ้าที่จะเปลี่ยนแปลง
สำหรับสัญญาโครงการรถไฟฟ้าที่จะมีการเปลี่ยนแปลงสัญญาสัมปทานจากรูปแบบ PPP Net Cost ปรับเป็นสัญญา PPP Gross Cost ปัจจุบันมี 4 โครงการ ประกอบด้วย
- รถไฟฟ้าสายสีเขียว สายสุขุมวิท (สีเขียวอ่อน) หมอชิต-อ่อนนุช และสายสีลม (สีเขียวเข้ม) สนามกีฬาแห่งชาติ-สะพานตากสิน โดย กทม. ทำสัญญาสัมปทานกับบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (BTSC) ครอบคลุมสัมปทานหลัก ช่วงหมอชิต-อ่อนนุช และช่วงสนามกีฬาแห่งชาติ-สะพานตากสิน สิ้นสุดในปี 2572 นอกจากนี้ยังมีสัญญาจ้างเดินรถและซ่อมบำรุงระบบรถไฟฟ้า สิ้นสุดสัญญาในปี 2585 ครอบคลุมส่วนหลักและส่วนต่อขยายต่างๆ
- รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สถานีหัวลำโพง-สถานีบางซื่อ และส่วนต่อขยายหัวลำโพง-หลักสอง โดย รฟม. ทำสัญญากับบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BEM) ครอบคลุมสัมปทานบริการเดินรถ จัดเก็บรายได้ค่าโดยสาร และการพัฒนาเชิงพาณิชย์ สิ้นสุดในปี 2592 ตามสัญญากำหนดให้ BEM มีภาระผูกพันต้องจ่ายค่าตอบแทนจากค่าโดยสารและการพัฒนาเชิงพาณิชย์ให้แก่ รฟม. โดยจะหมดระยะเวลาสัมปทานในปี 2593
- รถไฟฟ้าสายสีชมพู สถานีแคราย-มีนบุรี โดย รฟม. ทำสัญญากับบริษัท นอร์ทเทิร์น บางกอกโมโนเรล จำกัด (NBM) เป็นสัมปทานรูปแบบ PPP Net Cost เอกชนลงทุนก่อสร้างงานโยธา งานระบบ และจัดหาขบวนรถ รวมถึงงานเดินรถและบำรุงรักษา 30 ปีนับจากเปิดให้บริการ โดยรัฐจ่ายเงินสนับสนุนค่างานโยธา หมดระยะเวลาสัมปทานปี 2596
- รถไฟฟ้าสายสีเหลือง สถานีลาดพร้าว-สำโรง โดย รฟม. ทำสัญญากับบริษัท อีสเทิร์น บางกอกโมโนเรล จำกัด (EBM) เป็นสัมปทานรูปแบบ PPP Net Cost เอกชนลงทุนก่อสร้างงานโยธา งานระบบ และจัดหาขบวนรถ รวมถึงงานเดินรถและบำรุงรักษา 30 ปีนับจากเปิดให้บริการ โดยรัฐจ่ายเงินสนับสนุนค่างานโยธา หมดระยะเวลาสัมปทานปี 2596
การเปลี่ยนแปลงสัญญาสัมปทานครั้งนี้จะเป็นก้าวสำคัญสู่การบริหารระบบรถไฟฟ้าแบบครบวงจร เพื่อให้ประชาชนสามารถเดินทางด้วยตั๋วใบเดียวในราคาที่เป็นธรรม โดยรัฐบาลตั้งเป้าประกาศใช้ค่าโดยสารใหม่ในวันที่ 1 มกราคม 2570



