ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเปิดเผยว่า ธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ไทยในปี 2568 มีแนวโน้มขยายตัวประมาณ 5% คิดเป็นมูลค่าราว 1.2 แสนล้านบาท โดยได้รับปัจจัยหนุนจากภาคอสังหาริมทรัพย์ที่เริ่มฟื้นตัวและภาคการท่องเที่ยวที่กลับมาคึกคัก
ปัจจัยหนุนหลักจากอสังหาริมทรัพย์และการท่องเที่ยว
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุว่า การฟื้นตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะการเปิดตัวโครงการใหม่และการโอนกรรมสิทธิ์ที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ความต้องการเฟอร์นิเจอร์สำหรับที่อยู่อาศัยใหม่มีมากขึ้น นอกจากนี้ ภาคการท่องเที่ยวที่กลับมาคึกคักยังช่วยกระตุ้นความต้องการเฟอร์นิเจอร์สำหรับโรงแรม รีสอร์ท และที่พักประเภทต่างๆ
อย่างไรก็ตาม การแข่งขันในตลาดเฟอร์นิเจอร์ยังคงรุนแรง โดยเฉพาะจากผู้ประกอบการรายใหม่และสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ โดยเฉพาะจีนและเวียดนาม ที่มีต้นทุนต่ำกว่า
แนวโน้มผู้บริโภคหันมาใช้เฟอร์นิเจอร์อัจฉริยะ
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยยังชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มผู้บริโภคที่หันมาให้ความสนใจกับเฟอร์นิเจอร์อัจฉริยะ (Smart Furniture) มากขึ้น เช่น เฟอร์นิเจอร์ที่สามารถปรับระดับได้ หรือมีฟังก์ชันการจัดเก็บอัจฉริยะ ซึ่งเป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบการไทยในการพัฒนาสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น
นอกจากนี้ เทรนด์การทำงานที่บ้าน (Work from Home) ยังคงมีอิทธิพลต่อการเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์ โดยผู้บริโภคต้องการโต๊ะทำงานและเก้าอี้ที่ถูกหลักสรีรศาสตร์มากขึ้น
ความท้าทายจากต้นทุนวัตถุดิบและแรงงาน
แม้จะมีปัจจัยบวก แต่ผู้ประกอบการเฟอร์นิเจอร์ไทยยังต้องเผชิญกับความท้าทายจากต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะไม้และโลหะ รวมถึงค่าจ้างแรงงานที่สูงขึ้น ซึ่งอาจกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันด้านราคา
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยแนะนำให้ผู้ประกอบการปรับตัวโดยการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การใช้เทคโนโลยีเพื่อลดต้นทุน และการสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่งเพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าระดับบน
ตลาดส่งออกยังมีโอกาสเติบโต
ตลาดส่งออกเฟอร์นิเจอร์ไทยยังมีโอกาสเติบโต โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศอาเซียนและตะวันออกกลาง ซึ่งมีความต้องการเฟอร์นิเจอร์คุณภาพสูง อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการต้องให้ความสำคัญกับมาตรฐานสินค้าและการออกแบบที่ตรงกับความต้องการของตลาดปลายทาง
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยสรุปว่า ธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ไทยในปี 2568 มีแนวโน้มสดใส แต่ผู้ประกอบการต้องปรับตัวอย่างต่อเนื่องเพื่อรับมือกับการแข่งขันและต้นทุนที่เพิ่มขึ้น



