ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2567 มีมติอนุมัติให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) จ่ายเงินปันผลประจำปี 2566 จากกำไรสุทธิจำนวน 1,500 ล้านบาท ให้แก่กระทรวงการคลังในฐานะผู้ถือหุ้นรายเดียว โดยเงินจำนวนดังกล่าวจะถูกนำส่งเป็นรายได้แผ่นดินเพื่อใช้ในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ
สัดส่วนปันผลตามนโยบายรัฐ
นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การจ่ายปันผลครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการให้รัฐวิสาหกิจนำส่งรายได้แก่รัฐ โดยคิดเป็นอัตราไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 ของกำไรสุทธิหลังหักภาษีเงินได้นิติบุคคลและเงินสำรองต่างๆ ทั้งนี้ กฟภ. มีกำไรสุทธิในปี 2566 สูงถึง 4,996 ล้านบาท ทำให้ต้องจ่ายปันผลตามสัดส่วนดังกล่าว
ลดภาระหนี้สะสมของ กฟภ.
การจ่ายปันผลครั้งนี้มีความสำคัญต่อสถานะทางการเงินของ กฟภ. เนื่องจากช่วยลดภาระหนี้สะสมที่ค้างชำระกับกระทรวงการคลังซึ่งมีมูลค่าสูงถึง 12,500 ล้านบาท โดย ครม. ได้อนุมัติให้ กฟภ. นำเงินปันผลดังกล่าวไปหักกลบลบหนี้กับกระทรวงการคลังได้ ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความมั่นคงทางการเงินขององค์กรในระยะยาว
ผลกระทบต่อประชาชนและเศรษฐกิจ
การนำส่งปันผลครั้งนี้จะช่วยให้รัฐบาลมีรายได้เพิ่มขึ้นเพื่อนำไปใช้ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและบริการสาธารณะ โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบทที่ กฟภ. ให้บริการอยู่ ขณะเดียวกัน การลดหนี้สะสมของ กฟภ. จะช่วยให้องค์กรมีสภาพคล่องทางการเงินดีขึ้น ลดความจำเป็นในการกู้ยืมเพิ่ม ซึ่งอาจส่งผลดีต่อค่าไฟฟ้าในอนาคต
นอกจากนี้ การจ่ายปันผลยังเป็นไปตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีของรัฐวิสาหกิจ สะท้อนถึงความโปร่งใสและประสิทธิภาพในการดำเนินงานของ กฟภ. ซึ่งเป็นหนึ่งในรัฐวิสาหกิจหลักด้านพลังงานไฟฟ้าของประเทศ



