ธุรกิจต้องปรับตัวรับมือ ESG ใหม่ในปี 2568
ธุรกิจต้องปรับตัวรับมือ ESG ใหม่ในปี 2568

มาตรฐาน ESG ใหม่ที่จะมีผลบังคับใช้ในปี 2568 กำลังสร้างความท้าทายครั้งใหญ่ให้กับธุรกิจ โดยเฉพาะบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ที่ต้องเตรียมพร้อมเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนอย่างละเอียดและเป็นรูปธรรมมากขึ้น

มาตรฐาน ESG ใหม่คืออะไร

ESG ย่อมาจาก Environment (สิ่งแวดล้อม) Social (สังคม) และ Governance (ธรรมาภิบาล) ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่นักลงทุนใช้ประเมินความยั่งยืนของบริษัท มาตรฐานใหม่นี้กำหนดให้บริษัทต้องรายงานข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การปฏิบัติต่อแรงงาน การต่อต้านคอร์รัปชัน และอื่นๆ อย่างโปร่งใส

ผลกระทบต่อธุรกิจไทย

ตามข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์ฯ บริษัทจดทะเบียนกว่า 800 แห่งจะต้องปรับระบบรายงานให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล เช่น GRI (Global Reporting Initiative) และ SASB (Sustainability Accounting Standards Board) ซึ่งจะเพิ่มภาระงานด้านเอกสารและการตรวจสอบภายใน

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

นายสมชาย ทรัพย์เจริญ นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ กล่าวว่า "การปรับตัวครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องการรายงาน แต่หมายถึงการเปลี่ยนแปลงวิธีดำเนินธุรกิจทั้งหมด ตั้งแต่การจัดการซัพพลายเชนไปจนถึงการบริหารความเสี่ยง"

โอกาสทางธุรกิจ

แม้จะมีความท้าทาย แต่มาตรฐาน ESG ใหม่ก็เปิดโอกาสให้ธุรกิจที่ปรับตัวเร็วสามารถสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน โดยเฉพาะในสายตาของนักลงทุนสถาบันที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนมากขึ้น

รายงานจาก McKinsey พบว่าบริษัทที่มีคะแนน ESG สูง มีแนวโน้มที่จะมีผลตอบแทนสูงกว่าค่าเฉลี่ยถึง 10% ในระยะยาว

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

สิ่งที่ธุรกิจต้องเตรียม

  • ปรับปรุงระบบการเก็บข้อมูลให้ครอบคลุมทุกมิติของ ESG
  • ฝึกอบรมพนักงานให้เข้าใจมาตรฐานใหม่
  • จัดตั้งคณะทำงานด้านความยั่งยืนโดยเฉพาะ
  • จ้างที่ปรึกษาหรือใช้ซอฟต์แวร์จัดการ ESG

ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าธุรกิจควรเริ่มดำเนินการตั้งแต่ตอนนี้ เพราะการปรับตัวต้องใช้เวลาและทรัพยากรจำนวนมาก