กระทรวงพาณิชย์ขยายตลาดข้าวอินทรีย์ไทยในยุโรป มุ่งเจาะตลาดสุขภาพมูลค่าสูง
ขยายตลาดข้าวอินทรีย์ไทยในยุโรป มุ่งเจาะตลาดสุขภาพ

กระทรวงพาณิชย์เดินหน้าเจรจาขยายตลาดข้าวอินทรีย์ไทยในยุโรป มุ่งเจาะตลาดสุขภาพมูลค่าสูง

กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าต่างประเทศ ได้เดินหน้าเจรจาขยายตลาดข้าวอินทรีย์ไทยในยุโรปอย่างจริงจัง พร้อมทั้งกระชับความสัมพันธ์ทางการค้าและผลักดันภาพลักษณ์ข้าวอินทรีย์ไทยสู่ตลาดยุโรปอย่างยั่งยืน โดยมีเป้าหมายหลักในการเจาะตลาดสุขภาพที่มีมูลค่าสูงและให้ความสำคัญกับความยั่งยืน

ผลสำเร็จจากการเจรจาในสวิตเซอร์แลนด์และเยอรมนี

นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยถึงผลสำเร็จของการนำคณะผู้แทนการค้าเดินทางไปเจรจาขยายตลาดข้าวอินทรีย์และกระชับความสัมพันธ์ทางการค้า ณ สมาพันธรัฐสวิสและสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ระหว่างวันที่ 5 – 11 กุมภาพันธ์ 2569 การเดินทางครั้งนี้ได้จัดกิจกรรมรณรงค์บริโภคข้าวอินทรีย์ไทยภายใต้แคมเปญ Thai Organic Rice X Thai SELECT: Taste Thailand Taste Organic Rice ซึ่งได้รับผลตอบรับอย่างดีจากผู้บริโภคและผู้ประกอบการในยุโรป

กิจกรรมเปิดตัวจัดขึ้นที่ร้านอาหารไทยในเมืองซูริค สวิตเซอร์แลนด์ และเมืองดาร์มชตัดท์ เยอรมนี เป็นเวลา 1 สัปดาห์ ร่วมกับร้านอาหารไทยที่ได้รับตราสัญลักษณ์ Thai SELECT จำนวน 10 ร้าน คณะผู้แทนฯ ได้เข้าหารือกับ The Asia Company S.A. ผู้นำเข้าข้าวรายสำคัญในตลาดสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อผลักดันการนำเข้าข้าวไทยเพิ่มมากขึ้น พร้อมนำเสนอจุดเด่นของข้าวไทยในฐานะแหล่งพลังงานจากคาร์โบไฮเดรตที่มีคุณภาพ ไขมันต่ำ ย่อยง่าย และมีความหลากหลายเหมาะกับวิถีชีวิตที่ใส่ใจสุขภาพ เช่น ข้าวไรซ์เบอร์รี่ ข้าวอินทรีย์ และข้าวดัชนีน้ำตาลต่ำ

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

การแลกเปลี่ยนข้อมูลกับองค์กรเกษตรอินทรีย์

นอกจากนี้ คณะผู้แทนฯ ยังได้หารือกับ Bio Suisse องค์กรหลักด้านเกษตรอินทรีย์ของสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเป็นศูนย์กลางกำหนดนโยบายและมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ของประเทศ โดยได้รับทราบข้อมูลสำคัญว่า สวิตเซอร์แลนด์เป็นหนึ่งในตลาดอาหารอินทรีย์ที่แข็งแกร่งที่สุดในยุโรป มีการบริโภคต่อหัวสูงถึง 458 ฟรังก์สวิส (ประมาณ 18,000 บาทต่อคนต่อปี) และผู้บริโภคกว่าครึ่งซื้อสินค้าอินทรีย์เป็นประจำ สะท้อนถึงตลาดที่มีศักยภาพและกำลังซื้อสูงสำหรับสินค้านำเข้าที่มีมาตรฐาน คุณภาพ และความยั่งยืนชัดเจน

Bio Suisse ยังเปิดเผยข้อมูลมาตรฐานการรับรองผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกทั้งสินค้าท้องถิ่นและสินค้านำเข้า โดยในปี 2565 – 2568 มีสินค้านำเข้าจากไทยที่ได้รับการรับรอง ได้แก่ สับปะรดหั่นแว่น ถั่วเขียวอบแห้ง น้ำเสาวรส (แช่แข็ง) ข้าว และข้าวกล้อง พร้อมทั้งให้คำแนะนำเกี่ยวกับแนวทางและปัจจัยความสำเร็จในการส่งออกสินค้าไปยังสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการยกระดับศักยภาพข้าวอินทรีย์ไทยในอนาคต

การเข้าร่วมงานแสดงสินค้า BIOFACH 2026

กรมการค้าต่างประเทศยังได้นำผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชนและ SMEs ข้าวอินทรีย์ไทยจำนวน 6 รายเข้าร่วมงานแสดงสินค้า BIOFACH 2026 ระหว่างวันที่ 10 – 13 กุมภาพันธ์ 2569 ณ เมืองนูเรมเบิร์ก เยอรมนี ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าเกษตรอินทรีย์นานาชาติชั้นนำของโลก การเข้าร่วมงานครั้งนี้ช่วยเผยแพร่ภาพลักษณ์ที่ดีของข้าวอินทรีย์ไทยในวงกว้าง และสามารถสร้างยอดคำสั่งซื้อให้แก่ผู้ประกอบการไทยมูลค่ากว่า 240 ล้านบาท ช่วยเพิ่มโอกาสในการขยายตลาดและสร้างเครือข่ายการค้าให้ SMEs ไทยสามารถเข้าถึงตลาดต่างประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม

มุ่งสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในตลาดโลก

นางอารดา เฟื่องทอง กล่าวว่า "ผลสำเร็จจากภารกิจครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า ข้าวอินทรีย์ไทยมีศักยภาพสูงในการแข่งขันในตลาดยุโรป ซึ่งเป็นตลาดที่ให้ความสำคัญกับมาตรการที่เข้มงวด ความโปร่งใส และความยั่งยืน โดยกรมฯ จะเดินหน้าต่อยอดความร่วมมือกับผู้นำเข้า องค์กรด้านเกษตรอินทรีย์ และภาคธุรกิจอาหารไทยในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรไทย สร้างรายได้ที่มั่นคงให้เกษตรกรและผู้ประกอบการ รวมทั้งขับเคลื่อนข้าวอินทรีย์ไทยสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในตลาดโลก"

การดำเนินงานของกระทรวงพาณิชย์ในครั้งนี้ไม่เพียงแต่ช่วยขยายตลาดข้าวอินทรีย์ไทยในยุโรป แต่ยังเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางการค้าและยกระดับภาพลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ไทยในตลาดสุขภาพระดับพรีเมียม ซึ่งคาดว่าจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจไทยในระยะยาว