ตลาดดอกไม้วาเลนไทน์ปีนี้คึกคัก ราคาถูกลงจากปีก่อน กรมการค้าภายในเผยผลผลิตเพียงพอ
เทศกาลวาเลนไทน์ปีนี้กำลังสร้างความคึกคักให้กับตลาดดอกไม้ โดยกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภาพรวมสถานการณ์ล่าสุดว่า บรรยากาศการซื้อขายเป็นไปอย่างต่อเนื่อง มีประชาชนทยอยเลือกซื้อดอกไม้และของขวัญอย่างหนาแน่น ขณะที่ปริมาณดอกไม้ในตลาดมีเพียงพอต่อความต้องการ ทั้งดอกไม้ที่ผลิตในประเทศและดอกไม้สายพันธุ์ต่างประเทศที่สามารถเพาะปลูกในไทยได้ รวมถึงดอกกุหลาบนำเข้า ส่งผลให้ระดับราคาปีนี้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม และหลายรายการปรับลดลงจากปีก่อนเล็กน้อย ทำให้ผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อได้ในราคาย่อมเยา
ผลผลิตเพิ่มขึ้น ต้นทุนลด ราคาดอกไม้ปรับลดลง
นางสาวญาณี ศรีมณี รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ตลาดดอกไม้ในกรุงเทพมหานครว่า ปัจจุบันประเทศไทยสามารถเพาะปลูกดอกไม้ได้หลากหลายสายพันธุ์ แม้เป็นพันธุ์จากต่างประเทศ เช่น กุหลาบ ลิลลี่ และคาร์เนชั่น เนื่องจากมีการพัฒนาเทคนิคการเพาะปลูกและควบคุมสภาพแวดล้อม ทำให้ผลผลิตในประเทศเพิ่มขึ้นและมีคุณภาพดีอย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน ดอกกุหลาบนำเข้าจากประเทศจีนสามารถนำเข้าได้ในปริมาณค่อนข้างมาก โดยสภาพอากาศหนาวเย็นในแหล่งผลิตเอื้อต่อการเพาะปลูก ทำให้ผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมากและต้นทุนไม่สูงนัก ส่งผลให้ราคาจำหน่ายในตลาดไทยปีนี้อยู่ในระดับที่เหมาะสมและเอื้อต่อผู้บริโภคมากกว่าปีก่อน
รายละเอียดราคาดอกไม้ในตลาดปีนี้
จากการสำรวจราคาพบว่า:
- กุหลาบนำเข้า 10 ดอก ราคาอยู่ที่ 200–300 บาท จากปีก่อนที่อยู่ในช่วง 200–400 บาท
- กุหลาบไทยก้านยาวสีแดง 20 ดอก ราคา 350–380 บาท
- คาร์เนชั่นสีขาว 20 ดอก ราคา 120–150 บาท
- ลิลลี่สีขาว 10 ดอก ราคา 200–300 บาท
- ทานตะวัน 5 ดอก ราคา 180–300 บาท
ขณะที่ช่อกุหลาบสีแดงหรือสีขาวมีราคาอยู่ที่ 400–1,500 บาท โดยรวมถือว่าเป็นระดับราคาที่สอดคล้องกับต้นทุนและปริมาณสินค้าในตลาด และไม่ปรับสูงขึ้นผิดปกติ
ตลาดมีความคึกคัก ผู้บริโภคมีทางเลือกหลากหลาย
นางสาวญาณีกล่าวเพิ่มเติมว่า ปีนี้ไม่มีสัญญาณภาวะขาดแคลนสินค้า จึงไม่เกิดแรงกดดันด้านราคาเหมือนบางช่วงในอดีต ประกอบกับมีทั้งผลผลิตในประเทศและสินค้านำเข้าเข้ามาเสริมตลาด ทำให้การแข่งขันเป็นไปตามกลไกปกติ บรรยากาศตลาดจึงมีความคึกคัก ผู้บริโภคมีทางเลือกหลากหลายตามงบประมาณ ตั้งแต่ดอกเดี่ยวราคาประหยัดไปจนถึงช่อขนาดใหญ่สำหรับโอกาสพิเศษ
กรมการค้าภายในกำกับดูแลการปิดป้ายราคาอย่างใกล้ชิด
อย่างไรก็ตาม กรมการค้าภายในยังคงกำกับดูแลการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการปิดป้ายแสดงราคาจำหน่ายสินค้าให้ชัดเจนและตรงกับราคาที่ขายจริง จากการตรวจสอบพบว่าผู้ค้าส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี มีการติดป้ายแสดงราคาครบถ้วน ทำให้ประชาชนสามารถเปรียบเทียบราคาในตลาดก่อนตัดสินใจซื้อได้อย่างโปร่งใส
ทั้งนี้ กรมการค้าภายในขอความร่วมมือผู้บริโภคให้ตรวจสอบและเปรียบเทียบราคาก่อนเลือกซื้อสินค้า เพื่อให้ได้รับความคุ้มค่าและเป็นธรรม หากพบเห็นการจำหน่ายสินค้าโดยไม่ปิดป้ายแสดงราคา หรือมีข้อสงสัยว่าจำหน่ายในราคาสูงเกินสมควร สามารถแจ้งร้องเรียนได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน โทร. 1569 เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายโดยทันที
กรมการค้าภายในยืนยันว่าจะติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องตลอดช่วงเทศกาล เพื่อให้ตลาดมีความโปร่งใส เป็นธรรม และสร้างความมั่นใจให้กับทั้งผู้บริโภค ผู้ค้า และเกษตรกรผู้ผลิตดอกไม้ไทยในระยะยาว



