พาณิชย์เปิดโครงการธงเขียวราคาประหยัดพลัส ลดต้นทุนปุ๋ยเกษตรกรสูงสุด 2,100 บาท
พาณิชย์เปิดธงเขียวราคาประหยัดพลัส ลดต้นทุนปุ๋ย 2,100 บาท

เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2569 กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ได้เปิดตัวโครงการ “ไทยช่วยไทย ลดภาระปัจจัยการผลิต ธงเขียวราคาประหยัดพลัส” ณ สหกรณ์นิคมคลองสวนหมาก จำกัด อำเภอคลองลาน จังหวัดกำแพงเพชร โดยมีกำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 6-7 พฤษภาคม 2569 เพื่อช่วยลดภาระต้นทุนการเพาะปลูกให้กับเกษตรกรไทยท่ามกลางสถานการณ์ราคาปุ๋ยเคมีที่ปรับตัวสูงขึ้นตามต้นทุนพลังงานในตลาดโลก

รายละเอียดโครงการและสิทธิประโยชน์

นายฉันทพัทธ์ ปัญจมานนท์ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า โครงการนี้มุ่งกระจายปัจจัยการผลิตคุณภาพดีในราคาประหยัดถึงมือเกษตรกรผู้ปลูกข้าว มันสำปะหลัง อ้อย และข้าวโพด โดยนำปุ๋ยเคมี 10 สูตรยอดนิยม เช่น 46-0-0, 15-15-15, 16-20-0 มาจำหน่ายเพื่อรองรับฤดูกาลเพาะปลูกที่กำลังมาถึง

เงื่อนไขการรับสิทธิส่วนลดสูงสุด 2,100 บาทต่อครัวเรือน

  • สิทธิพื้นฐาน: รัฐชดเชยราคาปุ๋ยเคมีจากเดิมกระสอบละ 200 บาท เป็น 300 บาทต่อกระสอบ จำกัด 5 กระสอบต่อครัวเรือน
  • ส่วนลดเพิ่มเติม: เมื่อซื้อสารเคมีเกษตรเพิ่มเติม รับส่วนลดอีก 50 บาท รวมการช่วยเหลือเบื้องต้น 1,550 บาท
  • สิทธิพิเศษ: เกษตรกรที่มีบัตรดินดี ได้รับการรับรอง GAP หรือเป็นสมาชิกศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน (ศดปช.) จะได้รับสิทธิซื้อปุ๋ยเคมีเพิ่มอีก 1 กระสอบ (รวม 6 กระสอบ) พร้อมคูปองส่วนลดซื้อปุ๋ยอินทรีย์อีก 250 บาท
  • เงื่อนไขสำคัญ: เกษตรกรที่เข้าร่วมครบทุกเงื่อนไขจะได้รับการสนับสนุนรวมสูงสุดประมาณ 2,100 บาท โดยต้องนำสมุดทะเบียนเกษตรกร (เล่มเขียว) มาแสดงเพื่อรับสิทธิ

แผนขยายผลทั่วประเทศ

รองอธิบดีกรมการค้าภายในกล่าวเพิ่มเติมว่า กรมฯ มีเป้าหมายจัดงานนำร่องใน 10 จังหวัด และมีแผนจัดสรรงบประมาณให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดดำเนินการครอบคลุม 30 จังหวัด เพื่อให้ทันกับช่วงฤดูการเพาะปลูกทั่วประเทศ รองรับกลุ่มพืชเศรษฐกิจสำคัญ เช่น ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลัง ปาล์มน้ำมัน ยางพารา และผลไม้ โดยหลังจากการจัดงานที่กำแพงเพชร จะเดินหน้าจัดงานต่อเนื่องที่จังหวัดกาญจนบุรีและราชบุรีเป็นลำดับต่อไป

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

“การจัดงานครั้งนี้เป็นกลไกสำคัญที่รัฐบาลตั้งใจช่วยลดภาระต้นทุนอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้เกษตรกรเข้าถึงปุ๋ยและปัจจัยการผลิตที่มีคุณภาพ ในราคาที่เหมาะสม เสริมสร้างความมั่นคงทางรายได้ในระยะยาว พร้อมประสานผู้ผลิตและผู้นำเข้าเพื่อดูแลเสถียรภาพราคาสินค้าเกษตรอย่างใกล้ชิด” นายฉันทพัทธ์ กล่าวทิ้งท้าย