กรมทางหลวงชนบท (ทช.) เดินหน้าโครงการก่อสร้างทางต่างระดับบนถนนสาย ชน.1014 ข้ามทางหลวงหมายเลข 32 (ถนนสายเอเชีย) ในอำเภอมโนรมย์ จังหวัดชัยนาท โดยล่าสุดผลงานก่อสร้างมีความคืบหน้ากว่าร้อยละ 20 ซึ่งถือว่าเร็วกว่าแผนงานที่กำหนดไว้ โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรที่หนาแน่นและลดอุบัติเหตุในพื้นที่ คาดว่าจะแล้วเสร็จพร้อมเปิดใช้งานในปี 2571
แก้จุดตัดอันตราย ทล.32 ลดผลกระทบประชาชน 5 ตำบล
บริเวณจุดตัดระหว่างทางหลวงหมายเลข 32 ช่วงกิโลเมตรที่ 145 ถึง 146 กับถนนทางหลวงชนบทสาย ชน.1014 และ ชน.4024 ในอำเภอมโนรมย์ จังหวัดชัยนาท เป็นจุดที่มีปริมาณการจราจรหนาแน่น ส่งผลให้ผู้ใช้รถใช้ถนนประสบปัญหาความล่าช้าในการเดินทาง และเกิดอุบัติเหตุขึ้นบ่อยครั้ง กระทบต่อคุณภาพชีวิตการสัญจรของประชาชนในพื้นที่กว่า 5 ตำบล เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรม กรมทางหลวงชนบทจึงได้ริเริ่มโครงการก่อสร้างทางต่างระดับข้าม ทล.32 ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2568 เพื่อยกระดับความปลอดภัยและเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายการคมนาคมในพื้นที่ภาคกลางตอนบน
คืบหน้ากว่า 20% เร็วกว่าแผน คาดเปิดใช้ปี 2571
นายพิชิต หุ่นศิริ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท ระบุว่า ทช. ได้ดำเนินการตามนโยบายการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของกระทรวงคมนาคม เพื่อส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างเป็นระบบ ปัจจุบันโครงการก่อสร้างทางต่างระดับสาย ชน.1014 มีความคืบหน้าไปแล้วกว่าร้อยละ 20 ซึ่งถือว่าเร็วกว่าแผนงานที่วางไว้ ขณะนี้ผู้รับจ้างอยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้างในส่วนของเสาเข็มเจาะ เสาเข็มตอก ฐานราก ตอม่อ การขึ้นชั้นพื้นทางหินคลุก รวมถึงการผลิตพื้นสะพานรูปกล่องสำเร็จรูป (Precast Segmental Box Girder) โดยคาดการณ์ว่าการก่อสร้างจะแล้วเสร็จสมบูรณ์และเปิดให้ประชาชนใช้งานได้ภายในปี 2571
งบประมาณ 299 ล้านบาท รองรับรถบรรทุกขนาดใหญ่
สำหรับรายละเอียดโครงสร้างทางวิศวกรรม ใช้งบประมาณในการก่อสร้างทั้งสิ้น 299.880 ล้านบาท ประกอบด้วยสะพานคานอัดแรงรูปกล่องหล่อสำเร็จ ความยาวรวม 399 เมตร ขนาดช่องจราจร 2 ช่องจราจร (กว้างช่องละ 3.50 เมตร) พร้อมไหล่ทางกว้างข้างละ 2.50 เมตร ออกแบบเพื่อรองรับการจราจรของรถบรรทุกขนาดใหญ่โดยเฉพาะ พื้นผิวจราจรปูผิวด้วยแอสฟัลต์คอนกรีตชนิด Polymer Modified Asphalt (PMA) เพิ่มความทนทาน ถนนเชื่อมต่อมีความยาวรวม 1.450 กิโลเมตร เป็นผิวจราจรคอนกรีตหนา 0.25 เมตร
นอกจากมิติทางด้านวิศวกรรมแล้ว ทช. ยังให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน โดยก่อนเริ่มโครงการได้มีการลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) 3 ฝ่าย ระหว่าง ทช. ผู้รับจ้าง และผู้แทนประชาชน เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากผู้นำชุมชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และจะมีการจัดประชุมติดตามผลกระทบอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาก่อสร้าง เพื่อให้โครงการนี้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อชาวชัยนาทและผู้ใช้ทางทุกคน



