โรงพยาบาลพญาไท พหลโยธิน ประกาศเปิดตัว "Integrated Sleep Wellness Center" ศูนย์กลางการดูแลสุขภาพการนอนแห่งใหม่ในกรุงเทพฯ ตอนเหนือ ภายใต้แนวคิด "Sleep Better, Live Better : หลับดี ชีวิตเปลี่ยน" โดยวาง Patient Journey Blueprint ด้านสุขภาพการนอนแบบครบวงจรแห่งอนาคต ครอบคลุมตั้งแต่การสร้างความตระหนักรู้ การคัดกรอง การประเมินความเสี่ยง การวินิจฉัย การรักษา การฟื้นฟู และการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง
Sleep Health เทรนด์สุขภาพใหม่ของโลก
ปัจจุบันสุขภาพการนอน (Sleep Health) กลายเป็น Mega Trend ด้านสุขภาพที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลว่าเป็นปัจจัยสำคัญต่อสุขภาพไม่ต่างจากโภชนาการ การออกกำลังกาย และสุขภาพจิต งานวิจัยจำนวนมากยืนยันว่าคุณภาพการนอนส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพหัวใจ ระบบเผาผลาญ สมอง ภูมิคุ้มกัน และประสิทธิภาพในการใช้ชีวิต
ข้อมูลจากการศึกษาระดับนานาชาติพบว่า ผู้ใหญ่ทั่วโลกกว่า 936 ล้านคน มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnea: OSA) ในระดับต่าง ๆ และมากกว่า 80% ยังไม่ได้รับการวินิจฉัยหรือเข้าถึงการรักษาที่เหมาะสม ขณะที่ตลาด Sleep Health และ Sleep Diagnostics ทั่วโลกมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสำคัญกับการนอนในฐานะรากฐานของสุขภาพมากขึ้น
สำหรับประเทศไทย มีการประเมินว่าคนไทยประมาณ 25% มีภาวะนอนกรน และมีผู้ที่มีความเสี่ยงต่อภาวะหยุดหายใจขณะหลับมากกว่า 3 ล้านคน แต่ยังมีเพียงส่วนน้อยที่ได้รับการตรวจวินิจฉัยและเข้าสู่กระบวนการรักษาอย่างเหมาะสม
Patient Journey Blueprint ด้านสุขภาพการนอนแห่งอนาคต
นพ. พิษณุ สุนทรปิยะพันธ์ รักษาการผู้อำนวยการโรงพยาบาลพญาไท พหลโยธิน เปิดเผยว่า "Integrated Sleep Wellness Center ไม่ได้เป็นเพียงศูนย์ตรวจการนอน แต่เป็นก้าวสำคัญของการพัฒนา Patient Journey Blueprint ด้านสุขภาพการนอน ที่เชื่อมโยงการดูแลผู้ป่วยตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ภายใต้แนวคิดการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตในระยะยาว"
"เราเชื่อว่าการนอนจะกลายเป็นหนึ่งใน Health Vital Signs ใหม่ของคนยุคปัจจุบัน ไม่ต่างจากเรื่องโภชนาการ การออกกำลังกาย หรือสุขภาพจิต และจะมีบทบาทสำคัญต่อการป้องกันโรคเรื้อรังในอนาคต" นพ. พิษณุ กล่าวเพิ่มเติม
"ด้วยศักยภาพด้านบุคลากร เทคโนโลยี และเครือข่ายการรักษาที่ครบครัน เราพร้อมพัฒนา Integrated Sleep Wellness Center ให้เป็นหนึ่งในศูนย์ดูแลสุขภาพการนอนที่ครอบคลุมที่สุดในกรุงเทพฯ ตอนเหนือ และเป็นอีกหนึ่งต้นแบบของการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันในอนาคต"
จาก Sleep Test สู่ Integrated Sleep Wellness Ecosystem
จุดเด่นสำคัญของศูนย์คือการต่อยอดจากการตรวจการนอนหลับแบบดั้งเดิม (Sleep Test) สู่การสร้าง Integrated Sleep Wellness Ecosystem ที่ครอบคลุมการดูแลสุขภาพการนอนในทุกมิติ ประกอบด้วย การประเมินความเสี่ยงเฉพาะบุคคล, Sleep Test มาตรฐานสากล, การวิเคราะห์สุขภาพร่างกายระหว่างการนอน, การวางแผนรักษาแบบ Personalized Care, และการดูแลต่อเนื่องโดยทีมสหสาขาวิชาชีพ
Multidisciplinary Team: หัวใจสำคัญของการดูแล
Integrated Sleep Wellness Center พัฒนาขึ้นบนแนวคิด Multidisciplinary Care โดยมีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขาร่วมดูแล ได้แก่ เวชศาสตร์การนอนหลับ, หู คอ จมูก, อายุรกรรมโรคหัวใจ, โรคปอด, ระบบประสาท, ต่อมไร้ท่อ และทีมสหวิชาชีพด้านสุขภาพองค์รวม เพื่อค้นหาสาเหตุเชิงลึกของปัญหาการนอนและออกแบบแนวทางการรักษาและดูแลสุขภาพในภาพรวมของผู้ป่วยแต่ละราย
พญ. เพชรรัตน์ แสงทอง แพทย์เฉพาะทางด้านโสต ศอ นาสิกวิทยา (หู คอ จมูก) และอนุสาขาเวชศาสตร์การนอนหลับ กล่าวว่า "หลายคนมองว่าการนอนเป็นเพียงช่วงเวลาพักผ่อน แต่ในทางการแพทย์ การนอนคือช่วงเวลาที่ร่างกายกำลังฟื้นฟู ซ่อมแซม และสะท้อนสุขภาพของเราทั้งระบบ"
"ผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยที่มาพบแพทย์ด้วยอาการเหนื่อยล้า ง่วงระหว่างวัน หรือไม่มีสมาธิในการทำงาน แท้จริงแล้วมีความผิดปกติของการนอนที่ซ่อนอยู่ โดยเฉพาะภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน และโรคหลอดเลือดสมอง"
"Sleep Test ในปัจจุบันไม่ได้เป็นเพียงการตรวจเรื่องการกรน แต่เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้แพทย์มองเห็นภาพรวมของสุขภาพ ทั้งการทำงานของสมอง หัวใจ ระบบทางเดินหายใจ และคุณภาพการฟื้นฟูของร่างกายในช่วงเวลาที่เราใช้ไปถึงหนึ่งในสามของชีวิต" พญ. เพชรรัตน์ กล่าวเพิ่มเติม
โรงพยาบาลพญาไท พหลโยธิน มุ่งส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงบริการด้านสุขภาพการนอนได้มากขึ้น โดยผู้ที่มีอาการนอนกรน ง่วงนอนมากผิดปกติในเวลากลางวัน ตื่นนอนแล้วไม่สดชื่น สะดุ้งตื่นกลางดึกบ่อย หรือมีโรคประจำตัวที่เกี่ยวข้องกับภาวะหยุดหายใจขณะหลับ สามารถเข้ารับคำปรึกษา ประเมินความเสี่ยง และตรวจสอบสิทธิการรักษาได้ โดยรองรับสิทธิประกันสังคมตามเงื่อนไขที่กำหนด รวมถึงการเบิกค่าอุปกรณ์ CPAP ตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานประกันสังคม
"เป้าหมายของเราไม่ใช่การช่วยให้ผู้ป่วยนอนหลับได้ดีขึ้นเท่านั้น แต่คือการสร้างมาตรฐานใหม่ของการดูแลสุขภาพการนอนที่เชื่อมโยงการป้องกัน การรักษา และการฟื้นฟูเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างเต็มศักยภาพในทุกช่วงวัย" นพ. พิษณุ กล่าวทิ้งท้าย



