กรมควบคุมโรคเตือนโรคมือเท้าปากระบาดในเด็กเล็กช่วงเปิดเทอม
กรมควบคุมโรคเตือนมือเท้าปากระบาดในเด็กเล็กช่วงเปิดเทอม

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ออกประกาศเตือนประชาชน โดยเฉพาะผู้ปกครองที่มีบุตรหลานวัยเด็กเล็ก ให้เฝ้าระวังโรคมือเท้าปาก ซึ่งมักระบาดในช่วงเปิดเทอม เนื่องจากเด็กอยู่รวมกันเป็นกลุ่มก้อนในโรงเรียนและสถานรับเลี้ยงเด็ก โดยโรคนี้เกิดจากเชื้อไวรัสในกลุ่มเอนเทอโรไวรัส (Enterovirus) โดยเฉพาะสายพันธุ์ Coxsackievirus A16 และ Enterovirus 71 ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการรุนแรงได้

สถานการณ์โรคมือเท้าปากในประเทศไทย

จากข้อมูลของกรมควบคุมโรค ในปี 2568 นี้ มีรายงานผู้ป่วยโรคมือเท้าปากแล้วกว่า 10,000 ราย โดยพบมากที่สุดในกลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี คิดเป็นร้อยละ 80 ของผู้ป่วยทั้งหมด โดยจังหวัดที่มีอัตราป่วยสูง ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ชลบุรี และเชียงใหม่ ซึ่งสอดคล้องกับพื้นที่ที่มีประชากรหนาแน่นและมีโรงเรียนจำนวนมาก

อาการและสัญญาณเตือนที่ผู้ปกครองควรสังเกต

โรคมือเท้าปากมีอาการเด่นคือ มีไข้สูง 2-3 วัน ร่วมกับมีผื่นหรือตุ่มน้ำใสบริเวณฝ่ามือ ฝ่าเท้า และในปาก ซึ่งอาจทำให้เด็กเจ็บแผลในปาก ไม่ยอมกินอาหารหรือดื่มน้ำ ส่งผลให้ร่างกายขาดน้ำได้ นอกจากนี้ อาจมีอาการอื่นๆ เช่น อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร และมีน้ำมูกไหล

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

นายแพทย์อัครินทร์ นิมมานนิตย์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า "ผู้ปกครองควรสังเกตอาการของเด็กอย่างใกล้ชิด หากพบว่ามีไข้สูงร่วมกับมีตุ่มน้ำใสตามมือ เท้า หรือในปาก ควรรีบพาไปพบแพทย์ทันที เนื่องจากโรคมือเท้าปากอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น เยื่อหุ้มสมองอักเสบ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ หรือสมองอักเสบ ซึ่งพบได้น้อยแต่เป็นอันตรายถึงชีวิต"

แนวทางการป้องกันโรคมือเท้าปาก

กรมควบคุมโรคแนะนำมาตรการป้องกันโรคมือเท้าปาก ดังนี้

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
  • ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่และน้ำเป็นประจำ โดยเฉพาะก่อนรับประทานอาหาร หลังเข้าห้องน้ำ และหลังสัมผัสสิ่งของสาธารณะ
  • ไม่ใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น เช่น แก้วน้ำ ช้อนส้อม ผ้าเช็ดหน้า
  • ทำความสะอาดของเล่นและพื้นผิวที่เด็กสัมผัสบ่อยๆ ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ
  • หากเด็กมีอาการป่วย ควรให้หยุดเรียนและแยกตัวอยู่บ้านจนกว่าจะหายดี เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อไปยังเด็กคนอื่น
  • หลีกเลี่ยงการพาเด็กไปในที่ชุมชนหรือสถานที่แออัดในช่วงที่มีการระบาด

การรักษาและการดูแลเมื่อเด็กป่วย

ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกันโรคมือเท้าปาก การรักษาจึงเป็นการรักษาตามอาการ ได้แก่ การให้ยาลดไข้ ยาแก้ปวด และการดูแลให้เด็กได้รับน้ำและอาหารอย่างเพียงพอ โดยเฉพาะอาหารอ่อนที่กลืนง่าย เช่น โจ๊ก ข้าวต้ม หรือซุป เพื่อลดการระคายเคืองแผลในปาก

นายแพทย์อัครินทร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า "หากเด็กมีอาการรุนแรง เช่น ซึมลง ชัก หายใจเร็ว หรืออาเจียนมาก ต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลทันที เนื่องจากอาจเป็นสัญญาณของภาวะแทรกซ้อนทางระบบประสาท"

ทั้งนี้ กรมควบคุมโรคได้ประสานงานกับโรงเรียนและสถานรับเลี้ยงเด็กทั่วประเทศให้ดำเนินมาตรการคัดกรองเด็กที่มีอาการป่วย และเน้นย้ำการทำความสะอาดสถานที่อย่างสม่ำเสมอ เพื่อควบคุมการระบาดของโรคมือเท้าปากในช่วงเปิดเทอมนี้