ศาลรัฐธรรมนูญนัดชี้ชะตานายกฯ เศรษฐา 14 ส.ค. หลังรับคำร้อง 40 สว.
ศาล รธน.นัดชี้ชะตานายกฯ เศรษฐา 14 ส.ค. รับคำร้อง 40 สว.

ศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้องของสมาชิกวุฒิสภา (สว.) จำนวน 40 คน ที่ขอให้วินิจฉัยว่านายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และนายพิชิต ชื่นบาน รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สิ้นสุดความเป็นรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ กรณีการแต่งตั้งนายพิชิตเป็นรัฐมนตรี เนื่องจากนายพิชิตเคยต้องคำพิพากษาให้จำคุกในคดีดูหมิ่นศาล แม้จะได้รับอภัยโทษแล้วก็ตาม โดยศาลฯ นัดแถลงคำวินิจฉัยในวันที่ 14 สิงหาคม 2567 เวลา 15.00 น.

รายละเอียดคำร้องของ 40 สว.

เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2567 กลุ่มสมาชิกวุฒิสภา 40 คน นำโดยนายสมชาย แสวงการ สว. และนายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม สว. ได้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญขอให้วินิจฉัยว่านายเศรษฐาและนายพิชิตสิ้นสุดสมาชิกภาพตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) และ (5) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่ โดยให้เหตุผลว่านายพิชิตเคยถูกศาลฎีกาพิพากษาจำคุก 6 เดือน ในคดีละเมิดอำนาจศาลและดูหมิ่นศาล เมื่อปี 2553 ซึ่งเป็นความผิดที่แสดงถึงการขาดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญมาตรา 160 (4) และ (5) แม้นายพิชิตจะได้รับพระบรมราชอภัยโทษและได้รับการปล่อยตัวในปี 2554 ก็ตาม เนื่องจากความผิดดังกล่าวยังคงมีผลทางกฎหมายในแง่ของคุณสมบัติ

ข้อต่อสู้ของนายกฯ เศรษฐาและนายพิชิต

นายเศรษฐาและนายพิชิตได้ยื่นคำชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญ โดยนายพิชิตยืนยันว่าตนมีคุณสมบัติครบถ้วนและไม่มีลักษณะต้องห้าม เนื่องจากได้รับอภัยโทษแล้ว และการกระทำดังกล่าวเกิดขึ้นก่อนที่รัฐธรรมนูญปี 2560 จะมีผลบังคับใช้ ซึ่งรัฐธรรมนูญมาตรา 98 (6) ที่ห้ามผู้เคยต้องคำพิพากษาจำคุกเป็นรัฐมนตรี ใช้เฉพาะกับความผิดที่กระทำหลังวันที่รัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้เท่านั้น ขณะที่นายเศรษฐาชี้แจงว่าการแต่งตั้งนายพิชิตเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมายและได้ตรวจสอบคุณสมบัติอย่างรอบคอบแล้ว โดยอาศัยความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาที่วินิจฉัยว่านายพิชิตไม่มีลักษณะต้องห้าม

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

กระบวนการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ

ศาลรัฐธรรมนูญได้ไต่สวนพยานหลักฐานและรับฟังคำชี้แจงของทั้งสองฝ่าย รวมทั้งสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องหลายคน ก่อนจะมีมติรับคำร้องไว้พิจารณาเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2567 ด้วยคะแนนเสียง 7 ต่อ 2 โดยมีตุลาการเสียงข้างน้อยคือ นายปัญญา อุดชาชน และนายอุดม สิทธิวิรัชธรรม ที่เห็นว่าคำร้องไม่สมบูรณ์และควรยกคำร้องเสียก่อน ต่อมาศาลฯ ได้มีคำสั่งให้นายเศรษฐาและนายพิชิตหยุดปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่วันที่ 18 มิถุนายน 2567 จนกว่าจะมีคำวินิจฉัย

ผลกระทบทางการเมือง

หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่านายเศรษฐาขาดคุณสมบัติ จะส่งผลให้คณะรัฐมนตรีทั้งคณะต้องพ้นจากตำแหน่ง และต้องมีการเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ตามกระบวนการ โดยพรรคเพื่อไทยในฐานะแกนนำรัฐบาลจะต้องเสนอชื่อผู้ที่เหมาะสมเพื่อให้รัฐสภาพิจารณา ขณะที่นายพิชิตหากถูกวินิจฉัยว่าขาดคุณสมบัติก็จะพ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีเช่นกัน สถานการณ์นี้สร้างความไม่แน่นอนทางการเมืองและอาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาล รวมถึงการดำเนินนโยบายต่างๆ ที่กำลังอยู่ในระหว่างการขับเคลื่อน

นายสมชาย แสวงการ หนึ่งในผู้ยื่นคำร้อง กล่าวว่า “การที่ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องไว้พิจารณาเป็นเรื่องที่ดี เพราะจะได้วินิจฉัยข้อกฎหมายที่สำคัญ และสร้างบรรทัดฐานที่ชัดเจนเกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง” ด้านนายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “รัฐบาลเคารพกระบวนการยุติธรรม และพร้อมที่จะปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ”

ขณะนี้ทั้งสองฝ่ายต่างรอคอยคำวินิจฉัยในวันที่ 14 สิงหาคม ซึ่งจะเป็นวันที่ชี้ชะตาทางการเมืองของนายกรัฐมนตรีและรัฐบาล