ค่าฝุ่น PM2.5 ในกรุงเทพฯ พุ่งสูง 57 พื้นที่เกินมาตรฐาน
สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในกรุงเทพมหานครยังคงวิกฤต โดยล่าสุดศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานครรายงานว่า เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2568 เวลา 07.00 น. พบว่ามีพื้นที่ที่ค่าฝุ่น PM2.5 เกินมาตรฐานถึง 57 พื้นที่ จากทั้งหมด 50 เขต โดยค่าฝุ่นเฉลี่ย 24 ชั่วโมงอยู่ระหว่าง 37.2 - 84.1 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งเกินค่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ที่ 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
พื้นที่ที่มีค่าฝุ่นสูงสุด
พื้นที่ที่มีค่าฝุ่น PM2.5 สูงที่สุดคือ เขตหนองจอก วัดได้ 84.1 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร รองลงมาคือ เขตลาดกระบัง 80.3 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และเขตมีนบุรี 78.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ขณะที่เขตเมืองชั้นในอย่างเขตปทุมวันและเขตบางรักก็มีค่าฝุ่นเกินมาตรฐานเช่นกัน โดยอยู่ที่ 65.2 และ 62.8 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรตามลำดับ
ผลกระทบต่อสุขภาพ
นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า ฝุ่น PM2.5 สามารถเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจและกระแสเลือดได้โดยตรง ทำให้เกิดโรคระบบทางเดินหายใจ โรคหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงมะเร็งปอด โดยเฉพาะในกลุ่มเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งและสวมหน้ากาก N95 เมื่อจำเป็น
มาตรการแก้ไข
กรุงเทพมหานครได้ประกาศมาตรการฉุกเฉินเพื่อลดฝุ่น PM2.5 รวมถึงการฉีดพ่นน้ำบนท้องถนน การตรวจสอบโรงงานและรถยนต์ที่ปล่อยควันดำ รวมถึงการขอความร่วมมือให้ประชาชนทำงานจากที่บ้านและลดการใช้รถยนต์ส่วนตัว นอกจากนี้ยังมีการตั้งจุดตรวจวัดคุณภาพอากาศเพิ่มเติมอีก 10 จุดในพื้นที่เสี่ยง
สาเหตุของฝุ่น
สาเหตุหลักของฝุ่น PM2.5 ในครั้งนี้มาจากการจราจรที่หนาแน่น การก่อสร้าง และสภาพอากาศที่ปิด ทำให้ฝุ่นไม่สามารถกระจายตัวได้ดี โดยเฉพาะในช่วงเช้าที่มีหมอกหนา ประกอบกับกระแสลมอ่อน ทำให้ฝุ่นสะสมในพื้นที่มากขึ้น
คำแนะนำสำหรับประชาชน
ประชาชนควรติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศผ่านแอปพลิเคชัน AirBKK หรือเว็บไซต์ของกรมควบคุมมลพิษ หากจำเป็นต้องออกนอกบ้านควรสวมหน้ากากป้องกันฝุ่น และหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายกลางแจ้งในช่วงที่ค่าฝุ่นสูง โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ค่าฝุ่นเกิน 100 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร



