เปิดตัว 'คุกกี้ฟักทอง' ผลิตภัณฑ์ชุมชนบ้านบึง จ.ชลบุรี สร้างรายได้เสริม
เปิดตัวคุกกี้ฟักทอง สร้างรายได้เสริมชุมชนบ้านบึง

ชุมชนบ้านบึง จังหวัดชลบุรี เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ 'คุกกี้ฟักทอง' ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์แปรรูปจากฟักทองที่ปลูกในท้องถิ่น เพื่อสร้างรายได้เสริมให้กับเกษตรกรและกลุ่มแม่บ้านในพื้นที่ ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) บ้านบึง โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิตทางการเกษตรและส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน

ที่มาและการผลิตคุกกี้ฟักทอง

คุกกี้ฟักทองเกิดจากแนวคิดในการนำฟักทองซึ่งเป็นพืชที่ปลูกได้ดีในพื้นที่บ้านบึงมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีอายุการเก็บรักษานานขึ้น และสามารถจำหน่ายได้ทั้งในชุมชนและภายนอก ฟักทองที่ใช้เป็นพันธุ์พื้นเมืองที่เกษตรกรในพื้นที่ปลูกกันอยู่แล้ว ทำให้มั่นใจได้ถึงวัตถุดิบที่สดใหม่และปลอดสารพิษ กระบวนการผลิตเริ่มจากการนำฟักทองมาล้างให้สะอาด ปอกเปลือก นึ่งให้สุก จากนั้นบดให้ละเอียดผสมกับแป้งสาลี เนย น้ำตาล และส่วนผสมอื่นๆ ตามสูตรที่คิดค้นขึ้นโดยกลุ่มแม่บ้าน

การสนับสนุนจากท้องถิ่นและการตลาด

นายก อบต. บ้านบึง กล่าวว่า 'คุกกี้ฟักทองเป็นผลิตภัณฑ์ที่สะท้อนถึงภูมิปัญญาท้องถิ่นและความร่วมมือของชุมชน เรามีการอบรมให้ความรู้เรื่องการผลิตและบรรจุภัณฑ์เพื่อให้ได้มาตรฐาน และจะช่วยหาช่องทางจำหน่ายทั้งในตลาดชุมชนและออนไลน์' ผลิตภัณฑ์นี้มีราคาจำหน่ายถุงละ 50 บาท โดยแต่ละถุงบรรจุคุกกี้ประมาณ 200 กรัม ซึ่งถือเป็นราคาที่เหมาะสมสำหรับผู้บริโภคทั่วไป

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ผลตอบรับและแผนการพัฒนา

ในช่วงแรกของการเปิดตัว คุกกี้ฟักทองได้รับผลตอบรับที่ดีจากผู้ที่ได้ทดลองชิม โดยเฉพาะในงานตลาดนัดชุมชนที่จัดขึ้นทุกวันเสาร์ กลุ่มแม่บ้านวางแผนที่จะพัฒนารสชาติเพิ่มเติม เช่น รสชาเขียว และรสโกโก้ เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภค นอกจากนี้ ยังมีแผนที่จะขอรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (อย.) เพื่อให้สามารถจำหน่ายในร้านค้าทั่วไปได้

การสร้างรายได้เสริมจากคุกกี้ฟักทองคาดว่าจะช่วยให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ยเดือนละ 2,000-3,000 บาท ซึ่งเป็นจำนวนที่ไม่มากแต่ช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือนได้ ผลิตภัณฑ์นี้ยังเป็นตัวอย่างของการใช้ทรัพยากรในท้องถิ่นอย่างคุ้มค่า และสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน