มัลลิกา ตรวจพื้นที่รกร้างมักกะสัน 140 ไร่ ประกาศวาระสวนสาธารณะ 50 เขต
มัลลิกาลุยมักกะสัน 140 ไร่ ประกาศวาระสวนสาธารณะ 50 เขต

เวลา 10.00 น. วันที่ 23 มิถุนายน 2569 ดร.มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หมายเลข 14 ลงพื้นที่ย่านมักกะสัน เขตราชเทวี บริเวณด้านข้างสถานีแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ มักกะสัน เพื่อตรวจสภาพพื้นที่รกร้างของการรถไฟแห่งประเทศไทยประมาณ 140 ไร่ ซึ่งปัจจุบันหลายส่วนยังไม่ได้ใช้ประโยชน์อย่างเต็มศักยภาพ

วาระสวนสาธารณะ 50 เขต

ดร.มัลลิกา กล่าวว่า หากได้รับความไว้วางใจจากประชาชนให้เป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร จะผลักดัน "วาระสวนสาธารณะ 50 เขต" ให้เป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญของเมือง โดยใช้แนวทางความร่วมมือระหว่างกรุงเทพมหานคร หน่วยงานของรัฐ และภาคเอกชน เพื่อเช่าหรือขอใช้พื้นที่ว่างเปล่าที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ มาปรับปรุงเป็นสวนสาธารณะ สวนป่า สวนสุขภาพ สนามกีฬา ลานกิจกรรม และพื้นที่สีเขียวใกล้บ้านประชาชน

“กรุงเทพฯ ยังมีพื้นที่รกร้างจำนวนมาก ทั้งที่ดินการรถไฟ ที่ราชพัสดุ และที่ดินเอกชนที่ปล่อยว่าง หากบริหารจัดการอย่างสร้างสรรค์ จะสามารถเปลี่ยนเป็นปอดของชุมชน เพิ่มคุณภาพชีวิต ลดเกาะความร้อนในเมือง และสร้างพื้นที่ออกกำลังกายให้ประชาชนได้ทันที พื้นที่ทั้งหมดนั้นกรุงเทพสามารถเช่าใช้เหมือนกับที่เอกชนรับสัมปทานเช่าทำประโยชน์ได้แต่ว่าวาระนี้เราจะให้กรุงเทพมหานครเข้าเช่าใช้พื้นที่แต่ละแห่งเพื่อนำมาเป็นประโยชน์สาธารณะ” ดร.มัลลิกา กล่าว

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

พื้นที่สีเขียวต่ำกว่ามาตรฐานโลก

ผู้สมัครหมายเลข 14 ระบุว่า กรุงเทพมหานครมีพื้นที่สีเขียวต่อประชากรต่ำกว่าหลายมหานครชั้นนำของโลก จึงจำเป็นต้องเร่งเพิ่มพื้นที่สาธารณะให้เข้าถึงประชาชนทุกเขตอย่างเท่าเทียม สำหรับการรถไฟแห่งประเทศไทย ถือเป็นหน่วยงานที่มีที่ดินมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ โดยมีที่ดินทั่วประเทศประมาณ 246,880 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่เพื่อภารกิจหลักด้านการเดินรถและสถานีประมาณ 201,868 ไร่ และพื้นที่ที่สามารถนำมาพัฒนาหรือใช้ประโยชน์อื่นได้ประมาณ 45,012 ไร่ ขณะที่พื้นที่ซึ่งมีศักยภาพเชิงพาณิชย์และสามารถนำมาพัฒนาต่อยอดได้มีมากกว่า 33,761 ไร่ กระจายอยู่ในหลายจังหวัดทั่วประเทศ

ดร.มัลลิกา กล่าวว่า พื้นที่เหล่านี้บางส่วนสามารถนำมาใช้ประโยชน์ด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับการพัฒนาเศรษฐกิจได้ โดยเฉพาะพื้นที่ในเขตเมืองที่ประชาชนต้องการสวนสาธารณะและพื้นที่พักผ่อนใกล้บ้าน

โมเดลต้นแบบ 50 เขต

นโยบายดังกล่าวจะถูกผลักดันให้เป็นโมเดลต้นแบบในทั้ง 50 เขตของกรุงเทพมหานคร ภายใต้แนวคิด “เมืองสีเขียวใกล้บ้าน เดินถึงได้ทุกชุมชน” พร้อมตั้งเป้าสำรวจพื้นที่ว่างของหน่วยงานรัฐทุกแห่งภายใน 6 เดือนแรก และจัดทำฐานข้อมูลพื้นที่สีเขียวกลางของกรุงเทพมหานคร เพื่อให้ประชาชนสามารถติดตามความคืบหน้าได้อย่างโปร่งใส

“ทุกตารางเมตรที่รกร้าง ต้องกลับมาสร้างคุณค่าให้ประชาชน กรุงเทพฯ ต้องมีปอดเพิ่มขึ้น ไม่ใช่มีแต่คอนกรีตเพิ่มขึ้น” ดร.มัลลิกา กล่าว

ศักยภาพพื้นที่การรถไฟฯ ในกรุงเทพฯ

สำหรับกรุงเทพมหานคร มีแปลงขนาดใหญ่ที่เป็นที่รู้จัก ได้แก่พื้นที่มักกะสัน ประมาณ 497 ไร่ โดยส่วนที่อยู่ในโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินประมาณ 150 ไร่ พื้นที่ย่านบางซื่อ ประมาณ 2,325 ไร่ ซึ่งถือเป็นแปลงพัฒนาที่ใหญ่ที่สุดของการรถไฟฯ ในกรุงเทพฯ พื้นที่ย่านพหลโยธิน มากกว่า 2,000 ไร่ พื้นที่แนวบางซื่อ–คลองตัน (RCA) และแปลงพาณิชยกรรมอื่น ๆ ที่อยู่ระหว่างแผนพัฒนาอีกหลายร้อยไร่ ดังนั้น หากใช้เฉพาะแปลงใหญ่ในกรุงเทพมหานครที่มีศักยภาพพัฒนา จะมีพื้นที่ของการรถไฟฯ รวมกันไม่ต่ำกว่า 5,000–6,000 ไร่ และยังมีพื้นที่ย่อยกระจายตามแนวเส้นทางรถไฟอีกจำนวนมาก ซึ่งบางส่วนยังเป็นพื้นที่รกร้างหรือใช้ประโยชน์ไม่เต็มศักยภาพ