กองทัพเรือยังคงปฏิบัติการค้นหาทหารเรือจำนวน 30 นายที่สูญหายจากเหตุการณ์เรือหลวงสุโขทัยอับปางเมื่อคืนวันที่ 18 ธันวาคม 2565 บริเวณอ่าวไทย โดยพลเรือเอก เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ เปิดเผยว่า การค้นหาดำเนินการอย่างเต็มกำลังทั้งทางเรือและอากาศยาน โดยมีเรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง เรือลากจูง และเฮลิคอปเตอร์เข้าร่วมปฏิบัติการ
สาเหตุการอับปางของเรือหลวงสุโขทัย
เรือหลวงสุโขทัย ซึ่งเป็นเรือรบประเภทเรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง ประสบเหตุอับปางเนื่องจากคลื่นลมแรงจัดในทะเล โดยมีรายงานว่าคลื่นสูงถึง 4-5 เมตร ทำให้น้ำทะเลเข้าสู่ตัวเรือผ่านช่องระบายอากาศและประตูกันน้ำไม่สนิท ส่งผลให้เรือเสียการทรงตัวและจมลงในเวลาประมาณ 23.30 น. ณ จุดห่างจากชายฝั่งอำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ประมาณ 20 ไมล์ทะเล
ปฏิบัติการช่วยเหลือและค้นหาผู้สูญหาย
กองทัพเรือได้ระดมกำลังทั้งเรือและอากาศยานเข้าค้นหาผู้สูญหายอย่างต่อเนื่อง โดยพลเรือเอก เชิงชาย กล่าวว่า "เราจะไม่หยุดค้นหาจนกว่าจะพบทุกคน" นอกจากนี้ ยังมีหน่วยงานอื่นร่วมสนับสนุน เช่น กรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ และศูนย์ประสานการปฏิบัติในการค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทะเล (ศรชล.) โดยมีการแบ่งพื้นที่ค้นหาออกเป็นหลายส่วนและใช้โดรนทางทะเลร่วมด้วย
จำนวนผู้รอดชีวิตและผู้สูญหาย
จากกำลังพลบนเรือทั้งหมด 105 นาย มีผู้ได้รับการช่วยเหลือแล้ว 75 นาย โดยในจำนวนนี้มีอาการบาดเจ็บเล็กน้อยและถูกนำส่งโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชบางสะพาน ส่วนที่เหลืออีก 30 นายยังคงสูญหาย ซึ่งรวมถึงนายทหารชั้นสัญญาบัตร 6 นาย และนายทหารประทวน 24 นาย กองทัพเรือได้ประสานกับครอบครัวของผู้สูญหายเพื่อให้ข้อมูลและความช่วยเหลือ
การสอบสวนเหตุการณ์
กองทัพเรือตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง โดยมีพลเรือโท ธานี เกียรติพิพัฒนกุล เป็นประธาน เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของการอับปาง รวมถึงการตรวจสอบระบบกันน้ำและการปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัยของเรือ ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 30 วันในการสรุปผล
เหตุการณ์นี้ถือเป็นโศกนาฏกรรมทางทะเลครั้งร้ายแรงที่สุดของกองทัพเรือไทยในรอบหลายปี สร้างความสะเทือนใจแก่ครอบครัวผู้สูญหายและประชาชนทั่วไป โดยกองทัพเรือประกาศจะดูแลเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่



