กทม.เปลี่ยนหลุมฝังกลบโรงขยะอ่อนนุช 580 ไร่ สู่ผืนป่า ปลูกต้นไม้เกือบ 5 หมื่นต้น
กทม.เปลี่ยนหลุมฝังกลบอ่อนนุช 580 ไร่ สู่ผืนป่า ปลูกต้นไม้ 5 หมื่น

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุช ซอยอ่อนนุช 86 เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2569 โดยถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ เพื่อติดตามความคืบหน้าการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมและการแก้ไขปัญหากลิ่นไม่พึงประสงค์ที่รบกวนชุมชนโดยรอบ พร้อมเปิดแผนยกระดับพื้นที่ให้เป็นพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ของเมืองหลวง

เปลี่ยนหลุมขยะเป็นผืนป่า 580 ไร่

นายชัชชาติเปิดเผยว่า ศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุชดำเนินงานมานานกว่า 30 ปี บนพื้นที่ 580 ไร่ ซึ่งเดิมเป็นหลุมฝังกลบขยะขนาดใหญ่ แต่ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา กรุงเทพมหานครได้ปรับปรุงภูมิทัศน์และฟื้นฟูชั้นดินด้วยการปลูกต้นไม้ไปแล้วกว่า 48,000 ต้น รวมถึงนำต้นไม้ที่ถูกล้อมย้ายจากโครงการก่อสร้างต่างๆ มาอนุบาลและปลูกไว้ที่นี่ ภายใต้แนวคิด “ต้นไม้เป็นสมบัติของเมือง” ปัจจุบันพื้นที่ดังกล่าวแปรสภาพเป็นผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ มีนกและสัตว์ป่าเข้ามาอาศัย สะท้อนถึงระบบนิเวศที่ฟื้นตัวอย่างชัดเจน โดย กทม. อยู่ระหว่างวางแผนทำเส้นทางวิ่งเทรลเพื่อให้ประชาชนเข้ามาออกกำลังกายในอนาคต

แก้ปัญหากลิ่นเหม็นรอหมดสัญญาโรงหมักปุ๋ย

นายพรพรหม ณ.ส.วิกิตเศรษฐ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ชี้แจงถึงความคืบหน้าการแก้ปัญหากลิ่นเหม็นว่า กลิ่นส่วนใหญ่เกิดจากกระบวนการหมักของโรงหมักปุ๋ยระบบเก่า 2 แห่ง ขนาด 600 ตัน และ 1,000 ตัน ซึ่ง กทม. มีมาตรการแก้ปัญหาถาวรโดยรอให้สิ้นสุดสัญญา โดยโรงหมักขนาด 600 ตันจะหมดสัญญาปลายปี 2569 และโรงหมักขนาด 1,000 ตันจะหมดสัญญาในเดือนมิถุนายน 2570 จากนั้นจะปรับพื้นที่โรงงานเหล่านี้ให้เป็นพื้นที่สีเขียวทั้งหมด

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

“เรายอมรับว่าตอนนี้ยังไม่สามารถดับกลิ่นได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ระหว่างที่รอหมดสัญญา กทม. ได้ส่งเจ้าหน้าที่กวดขันผู้รับจ้างอย่างเคร่งครัด สั่งปรับปรุงสถานีขนถ่ายขยะให้เป็นระบบปิด มีโรงบำบัดน้ำเสียจากขยะโดยเฉพาะ และติดกล้องวงจรปิดตรวจสอบการกำจัดขยะแบบวันต่อวันไม่ให้มีขยะตกค้าง หากพบผู้รับเหมาปล่อยปละละเลย กทม. จะสั่งปรับเงินและบังคับให้แก้ไขทันที ส่วนในอนาคตระบบจะเปลี่ยนไปใช้เตาเผาขยะขนาด 1,000 ตันเพื่อผลิตพลังงานสะอาด และโรงหมักขยะเป็นก๊าซเพื่อผลิตไฟฟ้าของกรุงเทพธนาคมแทน” ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าว

ติดตั้งจมูกอิเล็กทรอนิกส์ e-Nose ตรวจกลิ่นแบบเรียลไทม์

กทม. ได้นำเทคโนโลยีระบบจมูกอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-Nose เข้ามาติดตั้งรอบพื้นที่เพื่อตรวจวัดและติดตามปัญหากลิ่นแบบเรียลไทม์ ซึ่งกลิ่นจะแปรผันตามทิศทางลมในแต่ละฤดูกาล โดยเครื่อง e-Nose จะรายงานผลตรวจวัดมีหน่วยเป็น Dilution to Threshold (D/T) จากการมอนิเตอร์ที่ผ่านมา ค่ากลิ่นรุนแรงที่สุดอยู่ที่ประมาณ 5 D/T และไม่เคยเกินค่ามาตรฐานควบคุมที่กำหนดไว้ไม่เกิน 9 D/T นอกจากนี้ นายชัชชาติระบุว่า ภายในสัปดาห์หน้า กทม. จะเปิดเผยข้อมูลผลการตรวจวัดกลิ่นจากระบบ e-Nose ขึ้นสู่ระบบออนไลน์ เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่และสื่อมวลชนสามารถร่วมตรวจสอบสถานการณ์กลิ่นได้ด้วยตัวเองตลอด 24 ชั่วโมง

เป้าหมาย Green Eco Park ศูนย์จัดการขยะยั่งยืน

ในระยะยาว กทม. ตั้งเป้าพัฒนาศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุชให้เป็น Green Eco Park (GEP) หรือต้นแบบศูนย์จัดการขยะของเมืองที่ยั่งยืน โดยจัดสรรพื้นที่แบบสมดุล ครึ่งหนึ่งเป็นผืนป่าสีเขียวเพื่อกรองอากาศและเป็นปอดของชุมชน อีกครึ่งหนึ่งเป็นระบบบริหารจัดการและกำจัดขยะในรูปแบบระบบปิดที่ทันสมัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมสูงสุด เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนบริเวณอ่อนนุช พัฒนาการ และเฉลิมพระเกียรติ พร้อมตั้งเป้าให้เป็นศูนย์ศึกษาดูงานด้านสิ่งแวดล้อมในระดับนานาชาติ พร้อมกันนี้ได้เชิญชวนประชาชนร่วมสนับสนุนโครงการปลูกต้นไม้ 2 ล้านต้นเพื่อลดความร้อนให้กรุงเทพมหานครร่วมกัน