องค์การอนามัยโลก (WHO) เปิดเผยว่าคลื่นความร้อนรุนแรงที่กำลังเกิดขึ้นในยุโรป มีส่วนเชื่อมโยงกับการเสียชีวิตของคนมากกว่า 1,300 รายแล้วภายในระยะเวลาเพียง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยนับตั้งแต่วันที่ 21 มิถุนายน 2569 เป็นต้นมา
WHO เตือน 'ฆาตกรเงียบ' คร่าชีวิตประชาชน
ดร.เทดรอส อัดฮานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก (WHO) เปิดเผยเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2569 ว่าวิกฤตคลื่นความร้อนที่เกิดขึ้นเร็วอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อนในช่วงต้นฤดูร้อนของยุโรป มีความเชื่อมโยงกับการเสียชีวิตของประชาชนมากกว่า 1,300 รายแล้ว
“ภาวะเครียดจากความร้อน (Heat stress) มักถูกเรียกว่าเป็น 'ฆาตกรเงียบ' และบ้านเรือน สถานที่ทำงาน รวมถึงโรงเรียนในยุโรปไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อรองรับอุณหภูมิที่สูงขนาดนี้” ดร.เกเบรเยซุสระบุในข้อความที่โพสต์ผ่าน X
ฝรั่งเศสเผยยอดเสียชีวิตพุ่งสูง ผู้สูงอายุเสี่ยงที่สุด
เมื่อเช้าวันอาทิตย์ที่ผ่านมา กระทรวงสาธารณสุขของฝรั่งเศสเปิดเผยว่า นับตั้งแต่วันพุธที่ 24 มิถุนายน มีรายงานผู้เสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับคลื่นความร้อนในประเทศเพิ่มขึ้นจากที่คาดการณ์ไว้ประมาณ 1,000 ราย โดยส่วนใหญ่เป็นผู้มีอายุ 65 ปีขึ้นไป และมีผู้เสียชีวิตภายในบ้านพักเพิ่มขึ้นถึง 40%
ยุโรปร้อนขึ้นเร็วที่สุดในโลก สถิติอุณหภูมิถูกทำลาย
“ยุโรปเป็นทวีปที่อุณหภูมิสูงขึ้นเร็วที่สุดในโลก โดยร้อนขึ้นเป็นสองเท่าของค่าเฉลี่ยทั่วโลก” ดร.เกเบรเยซุสเตือน และกล่าวเสริมว่า ปัจจุบันประชากรหลายล้านคนทั่วทั้งทวีปกำลัง “ใช้ชีวิตอยู่ภายใต้ความร้อนจัด มีผู้เสียชีวิตแล้วหลายร้อยราย โรงเรียนต้องปิดทำการ และระบบสายส่งไฟฟ้ากำลังเผชิญกับภาระงานที่หนักเกินไป”
ข้อมูลเบื้องต้นแสดงให้เห็นว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เยอรมนีเผชิญกับวันที่ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ติดต่อกันเป็นวันที่ 3 หลังจากวัดอุณหภูมิได้ถึง 41.7 องศาเซลเซียส ที่เมืองคอเชิน (Coschen) ใกล้ชายแดนโปแลนด์ ทางตะวันออกของรัฐบรันเดินบวร์ค
สาธารณรัฐเช็กและโปแลนด์ทำลายสถิติอุณหภูมิสูงสุด
ด้านสถาบันอุตุนิยมวิทยา CHMI ของสาธารณรัฐเช็ก เผยว่าประเทศของพวกเขาทำลายสถิติอุณหภูมิสูงสุดเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 2 วัน โดยวัดได้ 41.1 องศาเซลเซียส ที่เมืองดกซานี (Doksany) ทางตอนเหนือของกรุงปราก โดย CHMI คาดว่าอุณหภูมิจะพุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุดในวันอาทิตย์ ก่อนจะเกิดพายุฝนฟ้าคะนองค่อนข้างรุนแรงในพื้นที่ทางตะวันตก
ขณะที่โฆษกหญิงของสถาบันอุตุนิยมวิทยาและการจัดการน้ำ (IMGW) ของโปแลนด์ เปิดเผยกับสำนักข่าว AFP ว่า โปแลนด์ได้ทำลายสถิติอุณหภูมิสูงสุดเป็นประวัติการณ์เช่นกัน โดยวัดได้ 40.5 องศาเซลเซียส ในเมืองสลูบิตเซ (Slubice)
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นตัวขับเคลื่อนวิกฤต
ดร.เกเบรเยซุสระบุว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นสาเหตุของสภาพอากาศที่รุนแรงนี้ พร้อมเตือนว่ายุโรปกำลังร้อนขึ้นในอัตรา "เป็นสองเท่าของค่าเฉลี่ยโลก"
“วิกฤตการณ์นี้ถูกขับเคลื่อนโดยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภาวะโลกร้อน ปรากฏการณ์คลื่นความร้อนประเภท 'ชาติหนึ่งจะเจอสักครั้ง' ในตอนนี้กลับเกิดขึ้นแทบจะทุกปี”
พร้อมกันนี้ ดร.เกเบรเยซุสเรียกร้องให้ประเทศในยุโรป "นำแผนปฏิบัติการด้านสุขภาพเพื่อรับมือกับความร้อนมาใช้" ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการปกป้องสุขภาพของประชาชนท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ



