สหรัฐฯ โจมตีอิหร่านระลอก 3 หลังเตหะรานปิดช่องแคบฮอร์มุซ
สหรัฐฯ โจมตีอิหร่านระลอก 3 หลังปิดช่องแคบฮอร์มุซ

กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) แถลงยืนยันการเปิดฉากโจมตีทางอากาศระลอกใหม่ต่อเป้าหมายในประเทศอิหร่าน เมื่อค่ำวันเสาร์ที่ผ่านมา (11 ก.ค.) ซึ่งถือเป็นการโจมตีครั้งที่ 3 ในรอบสัปดาห์นี้ ภายใต้คำสั่งโดยตรงของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อตอบโต้อย่างรุนแรงหลังจากกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่าน ได้ก่อเหตุโจมตีต่อเรือบรรทุกสินค้าตู้คอนเทนเนอร์ติดธงไซปรัสชื่อเอ็มวี จีเอฟเอส กาแล็กซี (MV GFS Galaxy) ขณะกำลังแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

เรือสินค้าถูกโจมตี ลูกเรือสูญหาย 1 ราย

กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ ระบุว่า การโจมตีของอิหร่านส่งผลให้ห้องเครื่องของเรือสินค้าลำดังกล่าวได้รับความเสียหายอย่างหนักจนเกิดเพลิงไหม้และไม่สามารถแล่นต่อไปได้ ด้านหน่วยปฏิบัติการทางทะเลของสหราชอาณาจักร (UKMTO) เปิดเผยว่า ลูกเรือทั้งหมดจำเป็นต้องสละเรือและอพยพลงเรือชูชีพ โดยมีรายงานลูกเรือพลเรือนสูญหายไป 1 ราย นายพีท เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ได้แชร์แถลงการณ์ดังกล่าวพร้อมระบุข้อความสั้นๆ ว่า "อิหร่านเลือกทางเลือกที่ผิดพลาด และตอนนี้พวกเขาต้องชดใช้"

อิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างไม่มีกำหนด

ก่อนการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ สำนักข่าวไออาร์เอ็นเอของทางการอิหร่าน รายงานว่า กองทัพอิหร่านได้สั่งปิดช่องแคบฮอร์มุซ "จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง" โดยอ้างว่าเรือสินค้าลำดังกล่าวปิดระบบระบุตำแหน่งและแล่นออกนอกเส้นทางที่ได้รับอนุญาต จึงได้ทำการยิงขีปนาวุธครูซเพื่อเป็นการ "ยิงเตือน" ให้หยุดเรือ กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามแถลงว่า "ช่องแคบฮอร์มุซจะถูกปิดจนกว่าจะมีประกาศให้ทราบต่อไป และจนกว่าการแทรกแซงของอเมริกาในภูมิภาคนี้จะสิ้นสุดลง โดยจะไม่มีเรือลำใดได้รับอนุญาตให้แล่นผ่าน" พร้อมเตือนว่าหากสหรัฐฯ มีท่าทีก้าวร้าวใดๆ ตอบกลับมา อิหร่านจะตอบโต้อย่างรุนแรงที่สุดและจะตกเป็นเป้าหมายโจมตีฐานทัพแห่งใหม่ของสหรัฐฯ ในภูมิภาคทันที

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและการเจรจาหยุดยิง

การปิดช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ขนส่งน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ราว 1 ใน 5 ของโลก ได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจโลก และกลายเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่เพิ่งประกาศใช้เมื่อเดือนก่อนหลังสงครามปะทุขึ้นในปลายเดือนกุมภาพันธ์ ต้องพังทลายลงอย่างสิ้นเชิง

ผู้นำสูงสุดอิหร่านประกาศล้างแค้น

ชนวนเหตุความขัดแย้งในครั้งนี้ทวีความรุนแรงขึ้นหลังจากอยาตอลเลาะห์ โมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน ได้ออกแถลงการณ์ผ่านโทรทัศน์ ซึ่งนับเป็นการแถลงต่อสาธารณะเป็นครั้งแรกหลังจากขึ้นดำรงตำแหน่งต่อจาก อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี บิดาของเขาที่ถูกสังหารจากการโจมตีทางอากาศของพันธมิตรสหรัฐฯ-อิสราเอล เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ และเพิ่งมีพิธีฝังศพไปเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ผู้นำสูงสุดคนใหม่กล่าวว่า "การล้างแค้นคือเจตจำนงของคนในชาติ และมันจะต้องเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เราขอให้สัตยาบันว่าจะล้างแค้นให้แก่โลหิตของผู้นำผู้ล่วงลับและผู้พลีชีพทุกคน จากน้ำมือของฆาตกรอาชญากรที่น่าอดสูเหล่านี้" พร้อมระบุว่าอิหร่านได้จัดทำบัญชีรายชื่อบุคคลที่เป็นเป้าหมายในการสังหารไว้แล้ว ซึ่งรวมถึงประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ด้วย

ทรัมป์ขู่ตอบโต้ด้วยขีปนาวุธ 1,000 ลูก

ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้โพสต์ข้อความตอบโต้โดยขู่ว่าหากอิหร่านพยายามลอบสังหารตน สหรัฐฯ จะตอบโต้อย่างไร้ความปราณี "ขีปนาวุธ 1,000 ลูกถูกล็อกเป้าและพร้อมยิงไปยังสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน และจะมีตามมาอีกหลายพันลูกทันที หากรัฐบาลอิหร่านลงมือทำตามคำขู่ลอบสังหารประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งในกรณีนี้ก็คือตัวผม!"

ความพยายามไกล่เกลี่ยยังดำเนินต่อไป

แม้สถานการณ์จะหมิ่นเหม่ต่อการเกิดสงครามเต็มรูปแบบ แต่อดีตตัวกลางและผู้ไกล่เกลี่ยยังคงพยายามทำงานอย่างหนัก โดยสำนักข่าวทาสนิมของอิหร่านรายงานว่า คณะผู้แทนจากประเทศกาตาร์ได้เดินทางเยือนกรุงเตหะรานเมื่อวันศุกร์เพื่อพยายามฟื้นฟูบทบาทการเป็นคนกลางและกู้คืนกระบวนการเจรจา ขณะที่มีรายงานจากสื่อสหรัฐฯ ว่า เจ้าหน้าที่อิหร่านบางส่วนได้ส่งสัญญาณผ่านคนกลางอ้างว่าการโจมตีเรือขนส่งน้ำมันก่อนหน้านี้เป็นความผิดพลาดของกลุ่มติดอาวุธหัวรุนแรงภายในประเทศที่ควบคุมไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ฝ่ายสหรัฐฯ ยื่นคำขาดผ่านตัวกลาง เรียกร้องให้อิหร่านต้องออกแถลงการณ์ต่อสาธารณะอย่างเป็นทางการว่า "ช่องแคบฮอร์มุซ" จะเปิดให้สัญจรระหว่างประเทศอย่างเสรี และให้คำมั่นว่าจะหยุดยิงใส่เรือพาณิชย์โดยเด็ดขาด ขณะที่นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ตอบโต้ว่าอิหร่านปฏิบัติตามข้อตกลงแล้ว แต่ข้อตกลงจะมีความหมายก็ต่อเมื่อทั้งสองฝ่ายปฏิบัติตามร่วมกันเท่านั้น