สหรัฐฯ ไฟเขียวขายอาวุธมูลค่ามหาศาลให้อิสราเอล
กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ อนุมัติการขายอาวุธมูลค่ารวม 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2.6 หมื่นล้านบาท) ให้กับอิสราเอล โดยรวมถึงเครื่องบินรบ F-15 และกระสุนปืนใหญ่จำนวนมาก การอนุมัตินี้เกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลจากกลุ่มสิทธิมนุษยชนที่ชี้ถึงการละเมิดในสงครามกาซา
รายละเอียดข้อตกลงอาวุธ
ข้อตกลงดังกล่าวประกอบด้วยเครื่องบินรบ F-15 จำนวน 50 ลำ มูลค่า 18,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และกระสุนปืนใหญ่ขนาด 120 มม. จำนวน 30,000 นัด มูลค่า 774 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมถึงรถหุ้มเกราะและอุปกรณ์ทางทหารอื่นๆ การขายครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของอิสราเอลในภูมิภาคตะวันออกกลาง
ปฏิกิริยาจากกลุ่มสิทธิมนุษยชน
กลุ่มสิทธิมนุษยชนหลายแห่ง รวมถึงแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล และฮิวแมนไรท์วอทช์ ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การอนุมัติครั้งนี้ โดยระบุว่าอาวุธดังกล่าวอาจถูกใช้ในการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศในกาซา องค์กรเหล่านี้เรียกร้องให้รัฐบาลสหรัฐฯ ระงับการขายอาวุธจนกว่าจะมีการสอบสวนอย่างเป็นอิสระ
จุดยืนของรัฐบาลสหรัฐฯ
รัฐบาลสหรัฐฯ ยืนยันว่าการขายอาวุธครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายต่างประเทศที่สนับสนุนสิทธิของอิสราเอลในการป้องกันตนเอง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศกล่าวว่า “สหรัฐฯ มุ่งมั่นต่อความมั่นคงของอิสราเอล และข้อตกลงนี้จะช่วยให้อิสราเอลสามารถรักษาความได้เปรียบทางทหารในภูมิภาค”
ผลกระทบต่อความสัมพันธ์สหรัฐฯ-อิสราเอล
การอนุมัติขายอาวุธครั้งนี้ตอกย้ำความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอล โดยเฉพาะในช่วงที่อิสราเอลเผชิญกับความท้าทายด้านความมั่นคงจากกลุ่มฮามาสและฮิซบอลเลาะห์ อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางคนชี้ว่าการขายอาวุธอาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของสหรัฐฯ ในเวทีโลก โดยเฉพาะในประเทศอาหรับ



