โดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ และผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีจากพรรครีพับลิกัน ได้เสนอแผนยุติสงครามในยูเครน โดยมีเงื่อนไขสำคัญคือ ยูเครนจะต้องไม่เข้าร่วมองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต้) และรัสเซียจะสามารถยึดครองดินแดนบางส่วนของยูเครนได้ ตามรายงานของวอลล์สตรีทเจอร์นัลที่อ้างอิงแหล่งข่าวใกล้ชิดกับทรัมป์
รายละเอียดแผนหยุดยิงของทรัมป์
แผนดังกล่าวมีรายละเอียดว่า ยูเครนจะต้องยอมรับการสูญเสียดินแดนบางส่วนที่รัสเซียยึดครองอยู่ในปัจจุบัน โดยเฉพาะในภูมิภาคดอนบาสและไครเมีย ซึ่งรัสเซียผนวกไปตั้งแต่ปี 2014 นอกจากนี้ ยูเครนจะต้องให้คำมั่นว่าจะไม่เข้าร่วมนาโต้เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 20 ปี เพื่อแลกกับการหยุดยิงและการรับประกันความปลอดภัยจากสหรัฐฯ และพันธมิตร
ทรัมป์ยังเสนอให้มีการสร้างเขตปลอดทหารตามแนวหน้าปัจจุบัน โดยมีกองกำลังรักษาสันติภาพจากนานาชาติเข้ามาดูแล แหล่งข่าวระบุว่า ทรัมป์เชื่อว่าแผนนี้จะสามารถยุติความขัดแย้งได้อย่างรวดเร็วและลดการสูญเสียชีวิต
ปฏิกิริยาจากยูเครนและรัสเซีย
รัฐบาลยูเครนภายใต้ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ได้ปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าวทันที โดยยืนยันว่ายูเครนจะไม่ยอมสูญเสียดินแดนใดๆ และยังคงมุ่งมั่นที่จะเข้าร่วมนาโต้ โฆษกทำเนียบประธานาธิบดียูเครนกล่าวว่า "ยูเครนจะไม่ยอมรับการประนีประนอมใดๆ ที่ทำให้อธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของเราต้องลดลง"
ด้านรัสเซียยังไม่มีปฏิกิริยาอย่างเป็นทางการต่อแผนของทรัมป์ แต่ก่อนหน้านี้ รัสเซียได้ย้ำจุดยืนว่าต้องการให้ยูเครนเป็นกลางทางทหารและยอมรับการผนวกดินแดนของรัสเซีย
ผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
แผนของทรัมป์ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางจากนักวิเคราะห์และผู้นำประเทศตะวันตก หลายคนมองว่าเป็นการยอมจำนนต่อรัสเซียและเป็นการให้รางวัลแก่การรุกรานของรัสเซีย โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวว่า "สหรัฐฯ ยังคงสนับสนุนอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของยูเครนอย่างเต็มที่ และไม่มีการเจรจาใดๆ เกี่ยวกับยูเครนโดยปราศจากยูเครน"
นอกจากนี้ แผนดังกล่าวยังอาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับพันธมิตรนาโต้ เนื่องจากเป็นการลดทอนความน่าเชื่อถือของพันธมิตร ทรัมป์เคยวิพากษ์วิจารณ์นาโต้อย่างรุนแรงในอดีต และแผนนี้สอดคล้องกับนโยบาย "อเมริกามาก่อน" ของเขา
สถานการณ์ในสนามรบ
ขณะนี้ การสู้รบในยูเครนยังคงดำเนินต่อไป โดยรัสเซียยังคงโจมตีทางอากาศและพยายามรุกคืบในพื้นที่ดอนบาส ยูเครนรายงานว่ามีทหารเสียชีวิตหลายร้อยนายต่อวัน และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานถูกทำลายอย่างหนัก องค์การสหประชาชาติประมาณการว่ามีผู้เสียชีวิตพลเรือนกว่า 10,000 คน และผู้พลัดถิ่นกว่า 8 ล้านคนนับตั้งแต่เริ่มสงครามในเดือนกุมภาพันธ์ 2022
แผนของทรัมป์หากถูกนำไปปฏิบัติจริง อาจเปลี่ยนแปลงสมการทางภูมิรัฐศาสตร์ในยุโรปอย่างมีนัยสำคัญ แต่ในขณะนี้ ยังไม่มีสัญญาณว่ายูเครนหรือพันธมิตรตะวันตกจะยอมรับเงื่อนไขดังกล่าว



