ยูเครนเปิดปฏิบัติการโดรนครั้งใหญ่ที่สุดในสงคราม
ยูเครนส่งโดรนเกือบ 1,000 ลำโจมตีหลายพื้นที่ในรัสเซีย รวมถึงกรุงมอสโก เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 18 มิถุนายน 2569 นับเป็นการโจมตีครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่สงครามเริ่มขึ้นเมื่อ 4 ปีก่อน การโจมตีทำให้เกิดระเบิดรุนแรงและเพลิงไหม้ที่โรงกลั่นน้ำมัน "คาปอตนียา" (Kapotnya) ทางตะวันออกเฉียงใต้ของกรุงมอสโก ส่งผลให้น้ำมันดิบกระจายและตกลงมาเป็นฝนสีดำ
ฝนน้ำมันดำและความเสียหายในกรุงมอสโก
นายอันเดรย์ โวโรบียอฟ ผู้ว่าการท้องถิ่นเปิดเผยว่า การระเบิดทำให้กลุ่มควันหนาทึบพวยพุ่งขึ้นสู่ฟ้าจนกลายเป็นสีดำ และส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 17 รายในแคว้นมอสโก ควันไฟสีดำปกคลุมท้องฟ้า การระเบิดยังทำให้มีคราบน้ำมันดิบสีดำเม็ดเล็ก ๆ ตกลงมาสาดกระจายคล้ายฝนในพื้นที่ส่วนหนึ่งของกรุงมอสโก โดยชาวบ้านท้องถิ่นบอกกับสำนักข่าวบีบีซีว่า ละอองฝนที่ตกลงมาได้ทิ้ง "คราบสกปรกสีดำ" ไว้บนเสื้อผ้าของพวกเขา แต่ทางการมอสโกปฏิเสธข่าวเรื่องการเกิด "ฝนน้ำมัน" ดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม ช่องเทเลแกรมอย่างเป็นทางการของเมืองได้ประกาศเตือนประชาชนในเขตพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบให้ปิดหน้าต่างให้มิดชิด พร้อมระบุว่าครอบครัวที่มีเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยโรคหอบหืด ควรเดินทางออกจากพื้นที่ดังกล่าวโดยด่วน
ผลกระทบต่อการคมนาคมและโครงสร้างพื้นฐาน
เหตุการณ์นี้ยังส่งผลให้ศูนย์การค้าที่อยู่ใกล้เคียงเกิดเพลิงไหม้เช่นกัน โดยมีรายงานว่าเกิดจากเศษซากโดรนที่ร่วงลงมาใส่ตัวอาคาร ขณะที่ท่าอากาศยานทั้ง 4 แห่งของกรุงมอสโกต้องปิดให้บริการเป็นการชั่วคราว และมีเที่ยวบินมากกว่า 500 เที่ยวบินที่ถูกยกเลิกหรือล่าช้า เศษซากความเสียหายตกใส่สนามเด็กเล่นและรถยนต์ที่จอดอยู่ในมอสโก
การตอบโต้ของรัสเซียและคำแถลงของผู้นำ
กระทรวงกลาโหมของรัสเซียระบุว่า กองทัพสามารถสกัดกั้นและทำลายโดรนของยูเครนได้เกือบ 1,000 ลำทั่วประเทศ รวมถึงขีปนาวุธร่อนของยูเครนอีก 4 ลูกในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา นอกจากนี้ คลังเก็บน้ำมันในแคว้นรอสตอฟทางตอนใต้ก็ถูกโจมตีเช่นกัน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ศพ
ด้านประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกีของยูเครนกล่าวว่า การโจมตีด้วยโดรนในครั้งนี้คือการตอบโต้ที่รัสเซียเปิดฉากโจมตีกรุงเคียฟเมื่อสัปดาห์ก่อน ซึ่งส่งผลให้อารามคริสต์นิกายออร์โธดอกซ์ "เปเชอร์สกา ลาฟรา" ซึ่งเป็นศาสนสถานสำคัญระดับประเทศเกิดเพลิงไหม้ "เราไม่ต้องการสงครามนี้และไม่เคยต้องการมันเลย" เซเลนสกีกล่าว "แต่ถ้ายูเครนต้องมอดไหม้ มอสโกของพวกคุณก็ต้องมอดไหม้ด้วยเช่นกัน"
ส่วนนายเซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของรัสเซีย กล่าวตอบโต้ว่า การโจมตียูเครนหลังจากนี้จะดำเนินไป "ในวงกว้างและรุนแรง" พร้อมเสริมว่าตัวเขา "เชื่อมั่นมานานแล้วว่า แค่คำพูดนั้นมันไม่เพียงพออีกต่อไป"



