สถานการณ์สงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนทวีความรุนแรงขึ้นอีกครั้ง เมื่อกองทัพยูเครนเปิดปฏิบัติการส่งฝูงโดรนพลีชีพเกือบ 1,000 ลำ โจมตีเป้าหมายทั่วรัสเซีย รวมถึงกรุงมอสโกและทะเลอาซอฟ เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2569 โดยพุ่งเป้าไปที่ระบบโครงสร้างพื้นฐานทางพลังงานและโรงกลั่นน้ำมันหลัก ซึ่งถือเป็นการโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เริ่มสงครามเต็มรูปแบบเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2565
ความเสียหายและผลกระทบ
การโจมตีครั้งนี้ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 17 คน จากเศษซากโดรนที่ถูกยิงตก ขณะที่ผู้เห็นเหตุการณ์บันทึกคลิปวิดีโอวินาทีที่เกิดระเบิดรุนแรงภายในโรงกลั่นน้ำมันในเขตคาปอตเนีย ทางตะวันออกเฉียงใต้ของกรุงมอสโก หลังมีเสียงระเบิดดังสนั่นเป็นระยะ ก่อนเกิดลูกไฟขนาดใหญ่พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า พร้อมวัตถุทรงกลมขนาดใหญ่ ซึ่งคาดว่าเป็นฝาถังเก็บน้ำมัน ถูกแรงระเบิดซัดลอยขึ้นไปในอากาศก่อนตกลงมา ท่ามกลางกลุ่มควันดำปกคลุมทั่วบริเวณ
กระทรวงกลาโหมรัสเซียระบุว่า สามารถยิงโดรนตกทั่วประเทศได้ทั้งหมด 555 ลำ ขณะที่นายกเทศมนตรีกรุงมอสโกระบุว่า กองกำลังป้องกันภัยทางอากาศสามารถยิงสกัดโดรนรอบกรุงมอสโกได้ 180 ลำ แต่เนื่องจากการโจมตีแบบปูพรมขนานใหญ่ ทำให้มีโดรนหลายลำหลุดรอดแนวป้องกันเข้าโจมตีโรงกลั่นน้ำมันได้สำเร็จ สำนักงานการบินพลเรือนของรัสเซียสั่งระงับให้บริการทุกเที่ยวบินเข้า-ออกท่าอากาศยานหลักทุกแห่งรอบกรุงมอสโกชั่วคราว เนื่องจากความเสี่ยงทางอากาศ
การตอบโต้ของยูเครน
การโจมตีซ้ำโรงกลั่นน้ำมันมอสโกในครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจากยูเครนส่งโดรนถล่มเมื่อวันที่ 16 มิถุนายนที่ผ่านมา จนทำให้ระบบการกลั่นต้องหยุดชะงัก และส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อปริมาณน้ำมันสำรองในประเทศ แม้ว่ารัสเซียจะเป็นผู้ผลิตและส่งออกน้ำมันรายใหญ่อันดับ 3 ของโลก แต่ความเสียหายสะสมของโรงกลั่นหลายแห่งจากการโจมตีของยูเครนในช่วงที่ผ่านมา กำลังทำให้รัสเซียเผชิญภาวะขาดแคลนน้ำมันเบนซินอย่างหนัก จนมีรายงานว่าทางการรัสเซียอาจจำเป็นต้องเริ่มนำเข้าเชื้อเพลิงผ่านทางทะเลภายในเดือนมิถุนายนนี้ เพื่อควบคุมสถานการณ์วิกฤตพลังงานภายในประเทศ
โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน ระบุว่า ปฏิบัติการส่งฝูงโดรนปูพรมโจมตีโครงสร้างพื้นฐานและโรงกลั่นน้ำมันในกรุงมอสโกครั้งล่าสุดนี้ คือการตอบโต้กรณีที่รัสเซียส่งขีปนาวุธมาโจมตีทำลายอารามหลวงทางประวัติศาสตร์อันเก่าแก่ และเป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชนในกรุงคีฟก่อนหน้านี้
ปรากฏการณ์ฝนสีดำ
ผลพวงจากปฏิบัติการส่งฝูงโดรนพลีชีพเกือบ 200 ลำบุกโจมตีกรุงมอสโก ทำให้เกิดปรากฏการณ์ฝนสีดำ หรือฝนเคมีปนเปื้อนเขม่าถ่าน ตกลงมาเคลือบพื้นผิวรถยนต์และเสื้อผ้าของประชาชนในหลายเขตทางตะวันออกเฉียงใต้ของมอสโก ซึ่งชาวบ้านระบุว่า มีกลิ่นไหม้รุนแรงของผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมจนทำให้หายใจติดขัด และสร้างความหวาดกลัวเกี่ยวกับผลกระทบทางสุขภาพในระยะยาว
นอกจากโรงกลั่น การโจมตียังทำให้เกิดความเสียหายที่อะพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งในเขตปริมณฑลรอบกรุงมอสโก ชั้นบนของอาคารหน้าต่างแตกกระจายและมีร่องรอยถูกไฟไหม้ หลังถูกโดรนโจมตีทางอากาศเมื่อช่วงเช้าวันที่ 18 มิถุนายนตามเวลาท้องถิ่น นอกจากนี้ยังมีรายงานศูนย์การค้าใกล้เคียงได้รับความเสียหายเล็กน้อย
เป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์
ทางการยูเครนระบุว่า ปฏิบัติการโจมตีครั้งนี้เป็นการแสดงศักยภาพของเทคโนโลยีโดรนพิสัยไกลของยูเครนที่พัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดยพุ่งเป้าทำลายโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน เพื่อตัดท่อน้ำเลี้ยงทางเศรษฐกิจและกองทัพของรัสเซีย หวังบีบให้วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ต้องยอมรับข้อตกลงสันติภาพตามเงื่อนไข



