ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักอื่น ๆ ในการซื้อขายวันนี้ (28 พ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนกังวลเกี่ยวกับตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐที่อาจสูงกว่าคาด ซึ่งอาจทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้
ดัชนีดอลลาร์ดีดตัวขึ้น
ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งวัดค่าดอลลาร์เทียบกับ 6 สกุลเงินหลักสำคัญ ปรับตัวขึ้น 0.2% แตะที่ 104.38 จุด หลังจากร่วงลงไปก่อนหน้านี้ โดยนักลงทุนจับตาข้อมูลดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ของสหรัฐ ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญ ซึ่งจะมีการเปิดเผยในวันศุกร์นี้
ตลาดคาดว่าดัชนี PCE ทั่วไป (Headline PCE) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน จะเพิ่มขึ้น 2.7% ในเดือนเมษายน เมื่อเทียบรายปี ขณะที่ดัชนี PCE พื้นฐาน (Core PCE) ซึ่งไม่รวมหมวดอาหารและพลังงาน คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 2.8%
ปัจจัยหนุนดอลลาร์
- ความกังวลเงินเฟ้อ: นักลงทุนกังวลว่าตัวเลขเงินเฟ้ออาจสูงกว่าคาด ส่งผลให้เฟดอาจคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงนานขึ้น
- ข้อมูลเศรษฐกิจแข็งแกร่ง: ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่ออกมาดี เช่น ยอดขายบ้านใหม่และความเชื่อมั่นผู้บริโภค ช่วยหนุนค่าเงินดอลลาร์
- การปรับพอร์ต: นักลงทุนอาจปรับพอร์ตการลงทุนก่อนสิ้นเดือน ซึ่งช่วยหนุนอุปสงค์ดอลลาร์
สกุลเงินอื่นอ่อนค่า
ค่าเงินเยนของญี่ปุ่นอ่อนค่าลง 0.1% สู่ระดับ 156.86 เยนต่อดอลลาร์ โดยยังคงถูกกดดันจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยระหว่างญี่ปุ่นและสหรัฐ ขณะที่เงินปอนด์อังกฤษอ่อนค่า 0.2% สู่ระดับ 1.2736 ดอลลาร์ และเงินยูโรอ่อนค่า 0.1% สู่ระดับ 1.0842 ดอลลาร์
นักวิเคราะห์จากธนาคารกลางสิงคโปร์ (OCBC) ระบุว่า ตลาดกำลังรอคอยข้อมูลเงินเฟ้อ PCE ของสหรัฐในวันศุกร์นี้อย่างใกล้ชิด หากตัวเลขออกมาสูงกว่าคาด อาจทำให้ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นอีก
ขณะที่นักลงทุนยังคงประเมินแนวโน้มนโยบายการเงินของเฟด โดยล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนคาดการณ์ว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนมิถุนายนและกรกฎาคม โดยมีโอกาส 50% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกในเดือนกันยายน



